ยูโร, ปอนด์และน้ำมันระหว่างที่ตลาดกำลังรอตัวกระตุ้นอยู่

ยูโรโซน

การเติบโตของยอด GDP ในยุโรปของไตรมาสที่สองมีการปรับตัวสูงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ โดยการเติบโตในรายปีคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมาจากร้อยละ 2.1 เป็นร้อยละ 2.2 ซึ่งสนับสนุนสกุลเงินยูโร

อ้างอิงการรายงานของเดือนสิงหาคมจากการรายงานข่าวทางเศรษฐกิจ มีการชะลอตัวลงของอัตราเงินเฟ้อในไตรมาสที่สองแต่ก็ยังมั่นใจว่าปัญหาเกิดเฉพาะในด้านการลดลงของราคาพลังงานและบางส่วนมากจากผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร สำหรับระดับพื้นฐานของเงินเฟ้อยังคงอยู่ในช่วงสูงถึงแม้ว่ามันจะชี้ให้เห็นว่าอาจจะมีความย้อนแย้งอยู่บ้าง จากที่สามารถพิจารณากราฟด้านล่างได้จะพบว่าราคาของภาคการบริการเป็นเหตุผลหลัก ในการเคลื่อนไหวของราคาของเครือสินค้าด้านอุตสาหกรรมในภาคที่ไม่ใช่ภาคพลังงานมีการเติบโตด้านราคาที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในววันที่ 20 พฤศจิกายน ปี2013 ที่แนวโน้มเงินฝืดค่อนข้างมีอิทธิพลเพิ่มขึ้นมา


ปริมาณของสินค้านำเข้าได้ลดลงไปแล้วกลายเป็นที่เด่นชัดมากขึ้นในไตรมาสที่สองที่มีการชะลอตัวลงไปในการซื้อขายในระดับโลก ซึ่งมันได้เพิ่มโอกาสของการรายงานในวันนี้เกี่ยวกับเงินเฟ้อจากยุโรปเพื่อแสดงให้เห็นถึงการลดระดับของราคาอย่างมากกว่าการคาดการณ์ในตลาด และเริ่มการขายสกุลเงินยูโรออกไป


ผลการประชุมของธนาคารกลางแห่งยุโรปคาดว่าจะมีการนำเสนอออกมาในวันนี้ซึ่งจะถูกสำรวจโดยผู้เทรดเพื่อดูแนวโน้มในการหารือภายในเกี่ยวกับช่วงระยะเวลาในการลดระดับการใช้งานมาตรการการกระตุ้นทางเศรษกิจ ส่วนแนวโน้มในตอนนี้แสดงให้เห็นถึงความกังวลของธนาคารกลางแห่งยุโรปที่อาจจะเพิ่มขึ้นมาจากการที่ภาคอุตสาหกรรมและภาคการส่งออกของเศรษฐกิจประสบกับปํฐหาเพราะว่าแรงกดดันจากหลายด้านที่ถาโถมเข้ามา ด้วยเงื่อนไขนี้จึงไม่มีความต้องการที่จะรอให้มีข้อมูลออกมาเพื่อลดมาตรการการกระตุ้นตั้งแต่ต้นแบบที่จะช่วยลดมูลค่าเงินยูโรลง

ความเป็นไปได้ต่อการปรับระดับลงมาของคู่สกุลเงินยูโรและดอลลาร์สหรัฐ (EUR/USD) เพิ่มขึ้น หลังจากที่มีการรายงานของสัปดาห์ออกมาโดยคู่สกุลเงินนี้ตกลงไป 1.1650 ท่ามกลางความเสี่ยงทางการเมืองที่ลดระกดับลงและสถิติที่ไม่ค่อยดีจากสหรัฐอเมริกา

สหราชอาณาจักรอังกฤษ

สกุลเงินปอนด์ได้ปรับตัวลงมาจากการรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคที่น้อยกว่าที่คาดเอาไว้ โดยราคาได้ปรับตัวลงไปในเดือนกรกฎาคมที่ร้อยละ 0.1 พร้อมกับการเติบโตในรายปีที่ร้อยละ 2.6 โดยทั้งสองตัวบ่งชี้ค่อนข้างมีการปรับตัวที่น้อยกว่าที่คาดการณ์เอาไว้

ในเวลาเดียวกันก็ยังมีเรื่องดีออกมา โดยดัชนีของราคาการขายปลีกเพิ่มขึ้นมามากกว่าที่คาดเอาไว้ขณะที่มีการรายงานจากตลาดแรงงานที่จะออกมาในวันพุธ ซึ่งน่าจะแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกในทุกๆตัวบ่งชี้ สำหรับการรับสวัสดิการได้ลดลงไปและอัตราการว่างงานเองก็ปรับตัวลงไปจากเดิมในร้อยละ 4.5 เป็นร้อยละ 4.4 ในทางตรงกันข้าม ค่าจ้างโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาร้อยละ 2.1ซึ่งดีกว่าที่คาดเอาไว้แล้วยังเป็นระดับที่เคยอยู่ในเดือนมิถุนายน

ตัวบ่งชี้สามารถพิจารณาว่าเป็นพื้นฐานของแนวโน้มตั้งแต่มันได้มีส่วนสนับสนุนต่อการเติบโตของเงินเฟ้อซึ่งจะได้เพิ่มโอกาสของการปรับอัตราดอกเบี้ยของของธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ โดยปัจจัยตัวนี้จะช่วยสนับสนุนสกุลเงินปอนด์

ข้อมูลจากการค้าปลีกในเดือนกรกฎาคมจะมีการนำเสนออกมาในวันนี้ซึ่งจะกระตุ้นตลาดให้มีการเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ ถึงแม้ว่าการคาดการณ์จะค่อนข้างติดลบอยู่บ้าง แต่ทางด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่าตัวบ่งชี้ได้อ่อนแอลงไปอย่างมากในเดือนก่อนหน้านี้

สกุลเงินปอนด์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันถึงแม้ว่าจะมีแนวโน้มขาขึ้นในสกุลเงินดอลลา์ที่จะไม่ได้ไปพร้อมกันกับสิ่งตรงข้าม สำหรับการเคลื่อนไหวไปในระดับ 1.28 ตามมาด้วยการลดลงไป 1.25 อาจจะเกิดขึ้นมากกว่าการปรับตัวขึ้นของการเติบโต

น้ำมัน

ปริมาณน้ำมันเชิงพาณิชย์คงคลังจากสหรัฐอเมริกาลดลงไปร้อยละ 1.9 หรือคิดเป็น 8.9ล้านบาร์เรล สำหรับการลดลงนั้นมากกว่าการคาดการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ โดยที่น้ำมันได้ปรับตัวไปพร้อมกันกับการเติบโตแต่ก็มีตัวบ่งชี้ออกมาที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในขาลงซึ่งอาจจะนำไปสู่การลดลงของโควต้าการผลิต ในเวลานี้นี่เองที่การคาดการณ์ระบุว่าอาจมีการเพิ่มขึ้นของการผลิตถึง 79พ000บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.48 ส่วนเดือนหน้าพบว่าการผลิตน้ำมันในสหรัฐอเมริกาอาจจะเพิ่มขึ้นถึงระดับที่มีการระบุเอาไว้ซึ่งอาจจะนำไปสู่การต่อต้านมาตรการของทาง OPEC และอาจจะมีการลดโควต้าการผลิตลงเพิ่มเติม นอกจากนั้นต้นทุนของการผลิตในสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มขึ้นมา แล้วยังปล่อยให้การเติบโตด้านการผลิตยังกลายเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปในเดือนหน้า