มีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคที่มีกำหนดประกาศในวันศุกร์ค่อนข้างน้อย ฝั่งสหภาพยุโรปจะมีการเผยแพร่ตัวเลข GDP ไตรมาส 4 เป็นประมาณการครั้งที่หนึ่ง แต่ปฏิกิริยาของตลาดมีแนวโน้มจะคล้ายกับที่ตอบสนองต่อรายงาน GDP ของสหราชอาณาจักรเมื่อวานนี้ รายงานฉบับนี้ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นข้อมูลรอง แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดแทบไม่ให้ความสนใจกับข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคหลายรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่ไม่ได้มาจากสหรัฐฯ รายงานสำคัญที่สุดของวันคือข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งหลังจากตัวเลขตลาดแรงงานและอัตราการว่างงานเดือนมกราคมที่ออกมาแข็งแกร่ง ก็กลายเป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งของ Federal Reserve การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินในระยะต่อไปของ Fed จะอิงจากทิศทางเงินเฟ้อเป็นหลัก
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน:ในวันซื้อขายสุดท้ายของสัปดาห์ ทั้งสองคู่สกุลเงินอาจเคลื่อนไหวอย่างสงบมาก อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ วันนี้สามารถเทรด EUR ได้ในกรอบ 1.1899–1.1908 หรือ 1.1830–1.1837 ขณะที่ GBP สามารถเทรดได้ในกรอบ 1.3643–1.3652 เรายังคงไม่เห็นปัจจัยรองรับการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ แต่รายงานเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจกระตุ้นปฏิกิริยาจากตลาดได้
กฎหลักของระบบเทรดดิ้ง: ความแข็งแกร่งของสัญญาณถูกกำหนดจากระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดสัญญาณ (การดีดกลับหรือการทะลุระดับ) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งแข็งแรง หากมีการเปิดออเดอร์สองครั้งขึ้นไปรอบระดับราคาหนึ่งจากสัญญาณหลอก สัญญาณถัดไปทั้งหมดจากระดับนั้นควรถูกมองข้าม ในภาวะตลาด Sideway คู่สกุลเงินใดๆ ก็อาจสร้างสัญญาณหลอกจำนวนมาก หรืออาจไม่มีสัญญาณเลย ไม่ว่าในกรณีใด ทางเลือกที่ดีที่สุดคือหยุดเทรดทันทีที่เริ่มเห็นสัญญาณของตลาด Sideway การเปิดออเดอร์ควรทำในช่วงเวลาตั้งแต่เริ่มต้นเซสชันยุโรปจนถึงกลางเซสชันอเมริกา หลังจากนั้นออเดอร์ทั้งหมดควรถูกปิดด้วยตนเอง ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ MACD ควรถูกนำไปใช้เทรดเฉพาะเมื่อมีความผันผวนที่ดีและมีเทรนด์ที่ได้รับการยืนยันจากเส้นเทรนด์หรือช่องแนวโน้ม หากมีสองระดับราคาที่อยู่ใกล้กันมาก (ห่างกันประมาณ 5 ถึง 20 pips) ควรมองว่าเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน หลังจากราคาขยับไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว 15–20 pips ควรขยับ Stop Loss มาที่จุดคุ้มทุน สิ่งที่อยู่บนกราฟ: ระดับแนวรับและแนวต้านเป็นเป้าหมายสำหรับการเปิดออเดอร์ Buy หรือ Sell โดยสามารถตั้งระดับ Take Profit ไว้บริเวณดังกล่าว เส้นสีแดงแสดงถึงช่องแนวโน้ม (Channel) หรือเส้นเทรนด์ ซึ่งสะท้อนถึงเทรนด์ปัจจุบันและบอกทิศทางการเทรดที่ควรให้ความสำคัญในตอนนี้ อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ส่วน Histogram และเส้นสัญญาณ – ทำหน้าที่เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน คำกล่าวสุนทรพจน์และรายงานสำคัญต่างๆ (ระบุไว้ในปฏิทินข่าวเสมอ) สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงิน ดังนั้นในช่วงที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังสูงสุด หรืออาจพิจารณาออกจากตลาดเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวอย่างรุนแรงสวนทางกับการเคลื่อนไหวก่อนหน้า ผู้เริ่มต้นเทรดในตลาด Forex ควรจำไว้ว่าทุกออเดอร์ไม่จำเป็นต้องได้กำไร การพัฒนากลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารเงินทุนที่รอบคอบคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการเทรดระยะยาว