ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดย S&P 500 ขยับขึ้นราว 0.69% Nasdaq 100 พุ่งขึ้น 0.90% และ Dow ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.47%
อย่างไรก็ตาม ฟิวเจอร์สกำลังซื้อขายในแดนลบเช้านี้ เนื่องจากความไม่แน่นอนครั้งใหม่เกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐฯ กระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์อเมริกัน และเพิ่มความเสี่ยงของความผันผวนในตลาดโลกที่สูงขึ้น ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงราว 0.5%–0.9% เยน ฟรังก์สวิส และยูโร ต่างแข็งค่าขึ้นนำหน้าสกุลเงินอื่นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังจากดอลลาร์ปรับตัวขึ้นแรงในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ Bitcoin ร่วงเกือบ 5% ลงมาต่ำกว่า 65,000 ดอลลาร์ ส่วนทองคำและเงินขยับขึ้นเล็กน้อย
นักลงทุนเริ่มปรับท่าทีระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงจากแนวโน้มมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งเริ่มกดดันต่อความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง การปรับตัวลงของฟิวเจอร์สบ่งชี้ว่าตลาดทั่วโลกเริ่มสะท้อนความเป็นไปได้ของผลกระทบด้านลบจากความตึงเครียดทางการค้าที่กลับมาปะทุอีกครั้ง — ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง กำไรของบริษัทจดทะเบียนที่อ่อนแอลง และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก — และผู้เล่นในตลาดกำลังปรับพอร์ตการลงทุนใหม่ตามสถานการณ์
ทั้งนี้ ย้อนกลับไปช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลนแผน reciprocal-tariff ฉบับกว้างของเขา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกอัตรา 10% ฉบับใหม่ และระบุว่าจะใช้อำนาจอื่นๆ เพื่อรักษาจุดยืนด้านการค้าที่เข้มงวดเอาไว้ ต่อมาในวันเสาร์ เขากล่าวว่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีดังกล่าวเป็น 15% ซึ่งเป็นการโหมกระแสความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจระลอกใหม่
ตลาดหุ้นเอเชียปรับขึ้นราว 1% ในวันจันทร์ นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความหวังว่าคำตัดสินของศาลอาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในภูมิภาคอย่างจีนและอินเดียในท้ายที่สุด ซึ่งเคยได้รับผลกระทบหนักจากมาตรการภาษีก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี นักลงทุนกำลังรอรายละเอียดแผนการค้าใหม่ของ Trump และประเมินผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น — ไม่เพียงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางนโยบายของ Fed เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเศรษฐกิจโลกและกำไรของภาคธุรกิจด้วย ท่ามกลางฉากหลังเช่นนี้ ความไม่แน่นอนด้านการค้ากลับมาเป็นปัจจัยลบต่อสินทรัพย์สหรัฐฯ อีกครั้ง ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงในเช้านี้อาจดำเนินต่อไปควบคู่กับการอ่อนตัวเพิ่มเติมของฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ
สำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ S&P 500 ฝั่งผู้ซื้อจำเป็นต้องผ่านระดับแนวต้านระยะสั้นที่ 6,871 ให้ได้ การทะลุขึ้นเหนือระดับดังกล่าวจะยืนยันโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ และเปิดทางไปสู่ระดับ 6,883 การขึ้นไปเหนือ 6,896 จะยิ่งสนับสนุนมุมมองเชิงบวกของฝั่งกระทิงมากขึ้น ในด้าน downside ผู้ซื้อน่าจะต้องปกป้องบริเวณ 6,854 การหลุดลงต่ำกว่าระดับนี้อาจกดให้ราคาเครื่องมือทางการเงินตัวนี้กลับลงไปแถว 6,837 และอาจเปิดทางลงต่อไปยังบริเวณ 6,819 ได้