ในวันศุกร์นี้มีรายงานด้านมหภาคจำนวนไม่น้อยถูกกำหนดให้ประกาศ รวมถึงรายงานที่มีความสำคัญจริง ๆ อยู่ด้วย อันดับแรกเทรดเดอร์มือใหม่ควรให้ความสนใจกับรายงาน Nonfarm Payrolls และอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ เป็นพิเศษ ควรจำไว้ว่ารายงานเหล่านี้อาจออกมาต่ำกว่าคาด แต่หากตัวเลขออกมาสูงกว่าหรือดีกว่าคาดการณ์ ก็อาจนำไปสู่การแข็งค่าของดอลลาร์รอบใหม่ได้ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังจะมีการประกาศตัวเลขยอดค้าปลีกและค่าจ้าง ซึ่งโดยทั่วไปมีผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์น้อยกว่า สำหรับในยูโรโซน จะมีการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ในประมาณการครั้งที่สาม ซึ่งไม่น่าจะสร้างความประหลาดใจให้ตลาดหรือกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรงมากนัก
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน:ในการซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์ ตลาดอาจเคลื่อนไหวไปในทิศทางใดก็ได้ เนื่องจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางยังคงสร้างความผันผวนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่รายงานสำคัญในสหรัฐฯ วันนี้ ซึ่งย่อมไม่ถูกมองข้าม สำหรับวันนี้สามารถเทรดคู่เงินยูโรได้ในกรอบ 1.1584–1.1591 ขณะที่คู่เงินปอนด์อังกฤษสามารถเทรดได้ในกรอบ 1.3319–1.3331 เรายังคงไม่เห็นปัจจัยรองรับสำหรับการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างรุนแรงและยาวนาน อย่างไรก็ดี สงครามในตะวันออกกลางอาจยังคงกดดันให้ทั้งสองคู่เงินปรับตัวลงต่อไป
หลักการสำคัญของระบบการเทรด: ความแข็งแกร่งของสัญญาณถูกกำหนดจากระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดสัญญาณ (การดีดกลับหรือการเบรกทะลุ) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้น หากมีการเปิดออเดอร์ที่ระดับใดระดับหนึ่งจากสัญญาณหลอกสองครั้งขึ้นไป สัญญาณทั้งหมดจากระดับนั้นในภายหลังควรถูกเพิกเฉย ในสภาวะตลาดไซด์เวย์ คู่เงินใด ๆ ก็สามารถสร้างสัญญาณหลอกได้จำนวนมากหรืออาจไม่เกิดเลยก็ได้ ไม่ว่าในกรณีใด เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณของแนวโน้มไซด์เวย์ ควรหยุดการเทรดจะเหมาะสมที่สุด การเปิดออเดอร์ควรทำในช่วงระหว่างเปิดเซสชันยุโรปจนถึงช่วงกลางของเซสชันอเมริกา หลังจากนั้นควรปิดออเดอร์ทั้งหมดด้วยตนเอง บนกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ควรเทรดอิงสัญญาณจากอินดิเคเตอร์ MACD เฉพาะเมื่อมีความผันผวนที่ดี และมีแนวโน้มที่ได้รับการยืนยันด้วยเส้นแนวโน้มหรือช่องแนวโน้มเท่านั้น หากมีสองระดับที่อยู่ใกล้กันมากเกินไป (ห่างกันประมาณ 5–20 จุด) ควรพิจารณาว่าเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้าน เมื่อราคาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ถูกต้อง 15–20 จุด ควรขยับ Stop Loss มาที่จุดคุ้มทุน สิ่งที่ควรสังเกตบนกราฟ:ระดับราคาแนวรับและแนวต้านคือระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดออเดอร์ซื้อหรือขาย สามารถวางระดับ Take Profit ไว้บริเวณใกล้เคียงกับระดับเหล่านี้ได้
เส้นสีแดงแสดงถึงช่องแนวโน้มหรือเส้นแนวโน้มที่บ่งบอกถึงแนวโน้มปัจจุบัน และชี้ทิศทางที่เหมาะสมต่อการเทรดในตอนนี้
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ทั้งฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งกำเนิดสัญญาณได้เช่นกัน
การกล่าวสุนทรพจน์และรายงานสำคัญ (ซึ่งถูกระบุไว้ในปฏิทินข่าวเสมอ) สามารถส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงิน ดังนั้นในช่วงที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ การเทรดควรทำด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง หรืออาจเลือกออกจากตลาดชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวของราคาที่รุนแรงสวนทางแนวโน้มเดิม
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่าไม่ใช่ทุกออเดอร์ที่จะทำกำไรได้ การพัฒนากลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารจัดการเงินที่มีประสิทธิภาพคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว