การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำสำหรับการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบราคาในโซน 158.84 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มขยับขึ้นจากเส้นศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเทรดฝั่งซื้อดอลลาร์ที่ถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินดีดตัวขึ้นมากกว่า 20 จุด
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับความขัดแย้งในภูมิภาค ย่อมนำไปสู่การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันและพลังงานประเภทอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้มาจากความกังวลเรื่องการขัดข้องด้านอุปทาน ควบคู่กับความต้องการใช้วัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางกิจกรรมทางทหารที่รุนแรงขึ้น ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงจะสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก วันนี้ Federal Reserve จะต้องหยิบยกประเด็นนี้มาพิจารณาหลังการประชุม ซึ่งอาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยในอนาคต ด้านหนึ่ง เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นอาจต้องการมาตรการที่เด็ดขาดมากขึ้นเพื่อสกัดกั้น ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นดอกเบี้ย หรือรักษาดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดไว้แต่แรก แต่อีกด้านหนึ่ง นโยบายลักษณะนี้จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวอยู่แล้ว หาก FOMC ตัดสินใจใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ก็มีแนวโน้มโดยรวมว่าจะทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า
นอกจากนี้ วันนี้ยังมีการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ซึ่งอินดิเคเตอร์ตัวนี้ โดยเฉพาะค่า Core ที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน จะช่วยสะท้อนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระบบเศรษฐกิจปัจจุบัน แม้ว่า PPI จะไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเทรดในวันนี้ แต่ก็จะเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยเติมเต็มภาพรวมของตลาด
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับสถานการณ์ตามฉากทัศน์ที่ 1 และ 2 เป็นหลัก
สัญญาณซื้อ
กรณีที่ 1: เปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้ที่จุดเข้าใกล้ระดับ 159.10 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 159.62 (เส้นสีเขียวหนาบนกราฟ) บริเวณใกล้ระดับ 159.62 มีแผนปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายสวนทาง (มุ่งหวังการเคลื่อนไหวกลับตัวลงประมาณ 30–35 จุด) การปรับตัวขึ้นของคู่เงินสามารถคาดหวังได้หากมีตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง
สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเส้น MACD อยู่เหนือระดับศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันขึ้นจากระดับดังกล่าว
กรณีที่ 2: มีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY หากราคาทดสอบระดับ 158.84 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่เส้น MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดการปรับตัวลงของคู่เงินและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวขึ้นด้านบน โดยคาดหวังการขึ้นไปยังระดับ 159.10 และ 159.62
สัญญาณขาย
กรณีที่ 1: เปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้หลังจากราคาทะลุระดับ 158.84 ลงมา (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งน่าจะนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายหลักของฝั่งขายอยู่ที่ระดับ 158.33 ซึ่งมีแผนจะปิดสถานะและเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที (มุ่งหวังการเคลื่อนไหวกลับตัวขึ้นประมาณ 20–25 จุด) แรงกดดันด้านขายอาจกลับมาได้หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาอ่อนแอมาก
สำคัญ: ก่อนเข้าขาย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเส้น MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันลงจากระดับดังกล่าว
กรณีที่ 2: มีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY หากราคาทดสอบระดับ 159.10 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่เส้น MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับขึ้น และกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลง คาดว่าจะมีการอ่อนตัวลงไปแถวระดับ 158.84 และ 158.23
คำอธิบายสัญลักษณ์บนกราฟ (Chart Legend)
เส้นสีเขียวเส้นบาง: ระดับราคาเปิดสถานะซื้อของตราสารเส้นสีเขียวเส้นหนา: ระดับเป้าหมาย Take Profit หรือจุดออก เนื่องจากมีความเป็นไปได้ต่ำที่ราคาจะปรับขึ้นต่อเหนือระดับนี้เส้นสีแดงเส้นบาง: ระดับราคาเปิดสถานะขายของตราสารเส้นสีแดงเส้นหนา: ระดับเป้าหมาย Take Profit หรือจุดออก เนื่องจากมีความเป็นไปได้ต่ำที่ราคาจะปรับลงต่อใต้ระดับนี้อินดิเคเตอร์ MACD: มีความสำคัญในการติดตามโซนที่มีการซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold) เมื่อต้องการเข้าเทรดในตลาดหมายเหตุสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นเทรด Forex
ผู้เริ่มต้นเทรดควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการเข้าตลาด โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการเทรดก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เพื่อเลี่ยงความผันผวนของราคาที่รุนแรง หากตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop orders) ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุน หากไม่มีการตั้ง stop orders คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและใช้ขนาดสัญญา (volume) ที่ใหญ่เกินไป
โปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอาศัยสภาพตลาดเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับสายเทรดระหว่างวัน (intraday traders)