มีรายงานภาวะเศรษฐกิจมหภาคหลายฉบับที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดี และความสนใจของตลาดอาจหันกลับไปสู่ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง ช่วงเช้าเยอรมนีจะเผยแพร่รายงานดุลการค้า ตัวเลขนำเข้า ส่งออก และการผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในมุมมองของเรา รายงานเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยรองและไม่น่าจะกระตุ้นให้ตลาดเกิดปฏิกิริยาใด ๆ ในสหรัฐฯ จะมีการเผยแพร่ข้อมูลที่สำคัญกว่า ได้แก่ ประมาณการครั้งที่สามของตัวเลข GDP ไตรมาส 4 รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคล รวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน ข้อมูลจากสหรัฐฯ มีโอกาสที่จะกระตุ้นปฏิกิริยาจากตลาด แต่อย่างไรก็ดี ขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า ตลาดจะกลับมาจับตาข่าวด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก
การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน:ในวันทำการรองสุดท้ายของสัปดาห์ ค่าเงินทั้งสองคู่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกทิศทาง เนื่องจากตลาดยังคงตอบสนองต่อข่าวด้านภูมิรัฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ ยูโรวันนี้สามารถเทรดได้ในกรอบ 1.1655–1.1666 ขณะที่ปอนด์อังกฤษสามารถเทรดได้ในกรอบ 1.3403–1.3407 เรายังคงไม่เห็นปัจจัยรองรับใด ๆ สำหรับการแข็งค่าของสกุลดอลลาร์สหรัฐอย่างแรงและยาวนาน (เมื่อพิจารณาจากทุกปัจจัย ไม่ใช่แค่ภูมิรัฐศาสตร์) และทันทีที่สถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์เริ่มดีขึ้น ก็จุดชนวนให้เกิดการร่วงลงของดอลลาร์ในทันที
หลักการสำคัญของระบบเทรดดิ้ง: ความแข็งแกร่งของสัญญาณถูกกำหนดจากระยะเวลาที่ใช้ในการเกิดสัญญาณนั้น (การดีดกลับหรือการทะลุแนวรับแนวต้าน) ยิ่งใช้เวลาสั้น สัญญาณยิ่งแข็งแกร่ง หากมีการเปิดออร์เดอร์ตั้งแต่สองดีลขึ้นไปใกล้บริเวณระดับราคาใดระดับหนึ่งจากสัญญาณหลอก สัญญาณทั้งหมดจากระดับนั้นในภายหลังควรถูกละเลย ในสภาวะราคาวิ่งในกรอบ (range) คู่เงินใด ๆ สามารถสร้างสัญญาณหลอกได้จำนวนมาก หรืออาจไม่เกิดสัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคอาจถูกเพิกเฉยได้ ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ควรเทรดตามสัญญาณของ MACD เฉพาะเมื่อมีความผันผวนดีพอ และแนวโน้มได้รับการยืนยันจากเส้นแนวโน้มหรือช่องแนวโน้ม หากมีระดับราคาสองระดับอยู่ใกล้กันมากเกินไป (ห่างกันประมาณ 5–20 pips) ควรนับรวมเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน เมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ถูกต้อง 15 pips แล้ว ควรเลื่อน Stop Loss ขึ้นมาไว้ที่จุดคุ้มทุน (breakeven) สิ่งที่ควรสังเกตบนกราฟ:ระดับราคาที่เป็นแนวรับและแนวต้านคือระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดออร์เดอร์ซื้อหรือขาย สามารถตั้งจุด Take Profit ไว้บริเวณนี้ได้
เส้นสีแดงคือช่องราคา (channel) หรือเส้นแนวโน้ม (trend line) ที่แสดงแนวโน้มปัจจุบันและบ่งชี้ทิศทางที่ควรให้ความสำคัญในการเทรดในตอนนี้
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ส่วนฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน
การกล่าวสุนทรพจน์และรายงานสำคัญ (ซึ่งถูกระบุไว้ในปฏิทินข่าวเสมอ) อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงิน ดังนั้นในช่วงที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังสูงสุด หรือออกจากตลาดชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวของราคาที่รุนแรงสวนทางกับทิศทางก่อนหน้า
เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่าไม่ใช่ทุกดีลที่จะทำกำไรได้ การพัฒนากลยุทธ์ที่ชัดเจนและการบริหารจัดการเงิน (money management) อย่างมีประสิทธิภาพคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการเทรดระยะยาว