รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบระดับราคา 159.63 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มขยับขึ้นจากเส้นศูนย์ ซึ่งยืนยันจุดเข้าเปิดสถานะซื้อดอลลาร์ที่ใช้ได้ ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวขึ้นมา 14 จุด
ในช่วงครึ่งหลังของวัน จะมีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะสะท้อนภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจในลักษณะใกล้เคียงเดิม โดยจะเริ่มจากดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ และปิดท้ายด้วยดัชนี Composite PMI ค่าที่ออกมาสูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่การปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้จะส่งสัญญาณถึงภาวะถดถอย องค์ประกอบสำคัญของการวิเคราะห์จะอยู่ที่ดัชนี Composite PMI ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากทั้งสองภาคส่วนและให้การประเมินภาพรวมสภาวะธุรกิจที่เฉลี่ยมากกว่า
นอกจากนี้ ยังมีการประกาศตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ครั้งแรก การลดลงของจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการฯ ใหม่สะท้อนถึงตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งขึ้นและอัตราการว่างงานที่ลดลง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ในทางกลับกัน หากตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอาจบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจและภาวะตึงตัวที่เพิ่มขึ้นในตลาดแรงงาน
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผม/ฉันจะเน้นใช้เป็นหลักตาม Scenario หมายเลข 1 และหมายเลข 2
สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะเข้าซื้อ USD/JPY วันนี้เมื่อราคาปรับลงมาใกล้จุดเปิดสถานะบริเวณ 159.81 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 160.19 (เส้นสีเขียวหนากว่าบนกราฟ) บริเวณ 160.19 ฉันจะปิดสถานะซื้อทั้งหมดและเปิดสถานะขายสวนทาง (คาดหวังการเคลื่อนไหวสวนทางลงมาประมาณ 30–35 จุด) การปรับตัวขึ้นของคู่เงินในวันนี้อาจเกิดขึ้นได้หากสหรัฐฯ และอิหร่านมีท่าทีแข็งกร้าว หมายเหตุสำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันหัวขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะเข้าซื้อ USD/JPY เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับ 159.63 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ และกระตุ้นให้เกิดการกลับทิศขึ้นด้านบน สามารถคาดหวังการเคลื่อนไหวไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 159.81 และ 160.19 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะขาย USD/JPY หลังจากที่ราคาทะลุลงต่ำกว่าระดับ 159.63 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งจะนำไปสู่การปรับตัวลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ 159.17 ซึ่งเป็นบริเวณที่ฉันจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที (คาดหวังการดีดกลับขึ้นมาประมาณ 20–25 จุด) แรงกดดันต่อคู่เงินอาจกลับมาได้อีกในวันนี้ หากมีข่าวบวกออกมาจากตะวันออกกลาง หมายเหตุสำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันหัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะขาย USD/JPY เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับ 159.81 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ และกระตุ้นให้เกิดการกลับทิศลงด้านล่าง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 159.63 และ 159.17 ได้
หมายเหตุบนกราฟ
เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาที่ใช้เป็นจุดเปิดสถานะ “ซื้อ” ของตราสารที่ทำการเทรด;เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับหรือโซน Take Profit โดยประมาณสำหรับการปิดทำกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อเหนือระดับนี้;เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาที่ใช้เป็นจุดเปิดสถานะ “ขาย” ของตราสารที่ทำการเทรด;เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับหรือโซน Take Profit โดยประมาณสำหรับการปิดทำกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อใต้ระดับนี้;อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อจะเปิดสถานะในตลาด ควรคำนึงถึงโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold) ด้วยสำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในตลาดเพื่อป้องกันความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดช่วงมีข่าว ควรตั้งคำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดขนาดการขาดทุน หากไม่มี stop-loss คุณอาจสูญเสียพอร์ตได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่บริหารจัดการเงินทุน (money management) อย่างเหมาะสมและใช้ขนาดการเทรดที่ใหญ่เกินไป
และอย่าลืมว่า: การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมี “แผนการเทรด” ที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างด้านบน การตัดสินใจแบบฉับพลันตามสภาพตลาด ณ ขณะนั้นล้วนเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับผู้ที่เทรดระหว่างวัน (intraday trader)