EUR/USD: เคล็ดลับการเทรดง่าย ๆ สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ในวันที่ 1 พฤษภาคม พร้อมวิเคราะห์การเทรด Forex เมื่อวานนี้

การวิเคราะห์การเทรดและเคล็ดลับการเทรดเงินยูโร

การทดสอบราคาที่ระดับ 1.1699 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มขยับขึ้นจากเส้นศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเทรดฝั่งซื้อยูโรได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวขึ้นมากกว่า 35 pips

สกุลเงินยุโรปปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ภายหลังจากที่ประธานธนาคารกลางยุโรป Christine Lagarde ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ในการทบทวนอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้คู่เงิน EUR/USD ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง คำแถลงของ Lagarde ทำให้ค่าเงินยูโรดีดตัวอย่างรวดเร็ว และแสดงให้เห็นถึงการแข็งค่าชัดเจนในตลาดเงินตราต่างประเทศทั่วโลก นักลงทุนตีความถ้อยแถลงดังกล่าวว่าเป็นสัญญาณของการเข้มงวดนโยบายการเงินของ ECB ที่อาจมาถึงในไม่ช้า ซึ่งตามปกติมักจะหนุนให้เกิดความต้องการในสกุลเงินนั้นเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การซื้อขายเมื่อวานนี้ปิดตลาดด้วยการแข็งค่าของยูโรในแดนบวกอย่างชัดเจน และแนวโน้มเชิงบวกนี้ยังคงต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นเซสชันเอเชียในวันนี้

สำหรับวันนี้ ยังมีโอกาสที่ยูโรจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เนื่องจากไม่มีข้อมูลพื้นฐานใหม่จากยูโรโซนออกมา ตลาดจึงน่าจะยังคงให้น้ำหนักกับการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งชัดเจนมากขึ้นหลังจากคำกล่าวของประธาน ECB ในเมื่อไม่มีข้อมูลใหม่ที่มีน้ำหนักมากพอจะมาสั่นคลอนหรือปรับแก้ความคาดหวังเหล่านี้ ผู้เล่นในตลาดจึงมีแนวโน้มที่จะคงทิศทางที่ได้เริ่มต้นไว้แล้วต่อไป

สำหรับกลยุทธ์การเทรดในระหว่างวัน วันนี้ผมจะให้น้ำหนักกับการใช้ Scenario #1 และ Scenario #2 มากกว่า

สถานการณ์การซื้อ

สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ฉันสามารถซื้อยูโรที่ราคาประมาณ 1.1735 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายให้ราคาปรับขึ้นไปที่ 1.1765 ที่ระดับ 1.1765 ฉันวางแผนจะปิดสถานะออกจากตลาด และเปิดสถานะขายยูโรในทิศทางตรงกันข้าม โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวราว 30–35 pips จากจุดเปิดสถานะ โอกาสที่ยูโรจะปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสามารถคาดหวังได้ก็ต่อเมื่อมีตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดี สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ต้องมั่นใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มหันหัวขึ้นจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันยังมีแผนจะซื้อยูโร หากมีการทดสอบระดับ 1.1717 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับฐานลงของคู่สกุลเงินนี้ และนำไปสู่การกลับตัวขึ้นของตลาด โดยสามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1735 และ 1.1765 ได้

สถานการณ์การขาย

สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะขายยูโรเมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1717 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 1.1689 ซึ่งฉันตั้งใจจะปิดสถานะออกจากตลาด และเปิดสถานะซื้อทันทีในทิศทางตรงกันข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 20–25 pips ในทิศทางตรงกันข้ามจากระดับดังกล่าว) แรงกดดันต่อคู่สกุลเงินในวันนี้อาจกลับมาได้อีกครั้งในลักษณะของการปรับฐานเล็กน้อยเท่านั้น สำคัญ! ก่อนเข้าขาย ต้องมั่นใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มหันหัวลงจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันยังมีแผนจะขายยูโร หากมีการทดสอบระดับ 1.1735 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของคู่สกุลเงินนี้ และนำไปสู่การกลับตัวลงของตลาด โดยสามารถคาดหวังการปรับลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1717 และ 1.1689 ได้

มีอะไรอยู่บนกราฟบ้าง:เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะซื้อของตราสารซื้อขาย;เส้นสีเขียวเส้นหนา – ราคาประมาณการที่สามารถตั้งจุดทำกำไร (take profit) หรือปิดทำกำไรได้ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นเหนือระดับนี้ต่อไปมีไม่มาก;เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะขายของตราสารซื้อขาย;เส้นสีแดงเส้นหนา – ราคาประมาณการที่สามารถตั้งจุดทำกำไร (take profit) หรือปิดทำกำไรได้ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้ต่อไปมีไม่มาก;อินดิเคเตอร์ MACD ในการเข้าเทรดควรให้ความสำคัญกับโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold)

สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ควรตัดสินใจเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ช่วงเวลาก่อนมีการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรด เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop order) ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุน หากไม่ตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ใช้การบริหารเงินทุน (money management) และเปิดสถานะด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป

และโปรดจำไว้ว่า หากต้องการเทรดให้ประสบความสำเร็จ สิ่งสำคัญคือต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนตามที่อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น โดยไม่มีแผนที่ชัดเจน ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday trader)