ตลาดขยายคลับของเศรษฐีระดับล้านล้าน

ตลาดได้สะท้อนข้อมูลทุกอย่างเข้าไปในราคาแล้ว ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นขณะที่แทบไม่สนใจความขัดแย้งในตะวันออกกลาง — นักลงทุนมองว่าการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว สงครามมักจบลงด้วยข้อตกลงสันติภาพ แต่เซมิคอนดักเตอร์ไม่เหมือนกัน ผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากผู้ผลิตชิปบ่งชี้ว่าปัญหาด้านอุปทานในภาคส่วนนี้แก้ไขได้ยากกว่าปัญหาอุปทานน้ำมัน

Micron Technology กลายเป็นสมาชิกหน้าใหม่ในกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าตลาดแตะระดับล้านล้านดอลลาร์ หุ้นปรับตัวขึ้นราว 20% และ UBS คาดการณ์ว่าราคาหุ้นอาจเพิ่มขึ้นได้ถึงเท่าตัว เมื่อความต้องการชิปพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ฝั่งอุปทานถูกจำกัด ราคาสามารถพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงได้ กลุ่ม Magnificent Seven กลายเป็นเรื่องของเมื่อวาน ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ปรับตัวขึ้นแล้วประมาณ 80% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

พลวัตของ Magnificent Seven และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์

ผู้เล่นในตลาดกำลังเดิมพันในทางปฏิบัติกับสันติภาพในตะวันออกกลาง แล้วจึงเข้าซื้อหุ้นบริษัทสหรัฐที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง นั่นคือภาพรวมของการเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นสหรัฐตอนนี้ แม้การโจมตีกันไปมาระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่มุ่งเป้าทางทหารจะไม่สามารถบั่นทอนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนได้ เทหะรานเองก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะถอนตัวออกจากการเจรจา แม้จะมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นก็ตาม

อิหร่านต้องการบรรเทาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังทรุดตัว ผ่านการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก การปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด และการได้รับอนุญาตให้ขายน้ำมันได้ ขณะเดียวกัน เทหะรานก็ต่อต้านข้อตกลงที่ทำให้ทำเนียบขาวสามารถนำเสนอได้ว่าเป็นชัยชนะของสหรัฐ โดยยืนกรานจะให้มีการทำลายยูเรเนียมในระดับที่ต่ำกว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐอย่างมาก นอกจากนี้ กลุ่มสายเหยี่ยวภายในผู้นำอิหร่านยังทำให้การเจรจาซับซ้อนขึ้นไปอีก

แรงหนุนสำหรับดัชนี S&P 500 มาจากความน่าจะเป็นที่ธนาคารกลางสหรัฐจะกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวในปี 2026 ที่เพิ่งปรับลดลงมาต่ำกว่า 50% ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หากเฟดเห็นพ้องกับมุมมองของทำเนียบขาวว่าภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเป็นเพียงชั่วคราว ความเป็นไปได้ในการกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายก็จะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ความเชื่อมั่นต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2025 เคยทำหน้าที่เป็นกันชนให้กับดัชนีกว้างมาก่อน และการกลับมาของความคาดหวังดังกล่าวย่อมเป็นแรงขับเคลื่อนรอบใหม่ให้กับภาวะตลาดขาขึ้น

ดัชนี S&P 500 ยังได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวลดลง ราคาน้ำมันที่ร่วงลงช่วยลดคาดการณ์เงินเฟ้อและลดโอกาสที่ Fed จะใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวมากขึ้น ซึ่งส่งผลใหต้้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจลดลงและอาจช่วยหนุนกำไรของบริษัทได้ ในขณะเดียวกัน การปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยังสร้างแรงหนุนต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐด้วย

ในเชิงเทคนิค ฝั่งกระทิงสามารถยืนเหนือระดับสำคัญที่ 7,460 บนกราฟรายวันได้สำเร็จ ซึ่งสนับสนุนมุมมองการปรับตัวขึ้นต่อไปสู่บริเวณ 7,700 และเปิดโอกาสในการเพิ่มสถานะถือครองฝั่งซื้อ