เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นปิดตลาดในแดนบวก โดย S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.22% ขณะที่ Nasdaq 100 แข็งค่าขึ้น 0.20% ส่วน Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 0.72%
ท่ามกลางฉากหลังเช่นนี้ ตลาดหุ้นเอเชียเปิดสัปดาห์มาที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดัชนี MSCI Emerging Markets ปรับตัวขึ้นอีก 2% ทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ก็ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน นำโดยหุ้น Samsung Electronics, SK Hynix และ LG Electronics กระแสการปรับตัวขึ้นยังคงขับเคลื่อนด้วยธีม AI โดยข่าวความร่วมมือที่ขยายวงระหว่าง Workday และ Google Cloud เพื่อผสานรวมระบบ AI แบบ agent-based ได้ช่วยหนุนบรรยากาศเชิงบวกในหุ้นเทคโนโลยีทั่วทั้งภูมิภาค
ที่น่าสังเกตคือ การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นยังดำเนินต่อไป แม้จะยังมีความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วอชิงตันและเตหะรานได้แลกเปลี่ยนร่างแก้ไขในบันทึกข้อตกลงฉบับร่างที่มุ่งขยายเวลาการหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ามีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมเกิดขึ้นหรือไม่ ฝั่ง Brent ฟื้นตัว ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และตลาดเงินตราต่างประเทศในเอเชียมีปฏิกิริยาที่แตกต่างจากตลาดหุ้นอย่างมาก สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่ปรับอ่อนค่า โดยเงินวอนเกาหลีใต้อ่อนค่ารุนแรงที่สุด เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเข้าขายหุ้นท้องถิ่นในระดับสูงเป็นประวัติการณ์เพื่อล็อกกำไรในรูปเงินดอลลาร์
ในอีกด้านหนึ่ง นักวิเคราะห์จาก Moody's เตือนถึงความเสี่ยงระลอกใหม่ว่า การที่การปรับตัวขึ้นของตลาดไปกระจุกตัวในเซ็กเมนต์เดียวเป็นหลัก — ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI — ทำให้ตลาดมีความเปราะบางต่อความเสี่ยงจากการชะลอตัวของอุปสงค์ AI ที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ แม้ว่าจนถึงตอนนี้ปัจจัยดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น และภาวะบูมยังดำเนินต่อไปท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ยิ่งระดับ valuation ปรับตัวสูงขึ้นมากเท่าใด การปรับฐานก็อาจยิ่งเจ็บตัวมากขึ้นหากทิศทางข่าวสารเกี่ยวกับอิหร่านพลิกเป็นลบ ขณะเดียวกัน ตลาดในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทยปิดทำการวันนี้เนื่องในวันหยุด ส่งผลให้สภาพคล่องลดลงและอาจทำให้ความผันผวนของราคาเพิ่มสูงขึ้น
ในเชิงเทคนิค การวิเคราะห์ดัชนี S&P 500 บ่งชี้ว่า ภารกิจเร่งด่วนของฝั่งซื้อคือการฝ่าด่านแนวต้านที่ระดับ 7,607 ให้ได้ การทำเช่นนั้นจะเป็นการยืนยันถึงโมเมนตัมขาขึ้นต่อเนื่อง และเปิดทางให้ดัชนีเดินหน้าสู่ระดับ 7,639 การยืนเหนือ 7,659 ได้อย่างมั่นคงจะยิ่งตอกย้ำความได้เปรียบของฝั่งซื้อ ส่วนทางด้านลบ ฝั่งซื้อต้องป้องกันเขต 7,574 ให้ได้ หากหลุดระดับดังกล่าว มีแนวโน้มที่ดัชนีจะถูกกดกลับลงไปแถว 7,547 และเปิดทางให้ถอยลึกลงสู่บริเวณ 7,518