การทดสอบราคาแถวระดับ 160.01 เกิดขึ้นพร้อมกับจังหวะที่ตัวชี้วัด MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นจากเส้นศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเปิดสถานะซื้อดอลลาร์ที่ถูกต้อง ส่งผลให้คู่สกุลเงินปรับตัวขึ้นไปยังระดับเป้าหมายที่ 160.35
การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนการจ้างงานในภาคนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 172,000 ตำแหน่ง กลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงในคู่เงิน USD/JPY ด้วย หนึ่งในผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงการพึ่งพิงตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ ของระบบการเงินโลก การเพิ่มขึ้นของการจ้างงานในสหรัฐฯ ไม่เพียงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอเมริกันเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการเคลื่อนไหวของสกุลเงินอื่น ๆ ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับนโยบายให้สอดคล้อง
แต่อย่าเพิ่งรีบเข้าซื้อคู่เงิน USD/JPY จำเป็นต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ของการแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่า Bank of Japan จะกลับมาใช้มาตรการดังกล่าวในไม่ช้า เนื่องจากที่ผ่านมาได้ดำเนินการหลายครั้งบริเวณระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการใช้แผนตามสถานการณ์ที่ 1 และ 2 มากกว่า
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้ที่จุดเข้าแถวๆ 160.42 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 160.62 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) ใกล้บริเวณ 160.62 ผมตั้งใจจะปิดสถานะซื้อทั้งหมด และเปิดสถานะขายสวนทาง (คาดหวังการเคลื่อนไหวย้อนทิศจากระดับดังกล่าวประมาณ 30–35 pips) จะเหมาะที่สุดหากกลับมาเปิดซื้อคู่นี้อีกครั้งเมื่อมีการย่อตัวและการพักตัวลงที่ชัดเจนของราคา USD/JPY สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์ และเพิ่งเริ่มตัดขึ้นจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะซื้อ USD/JPY วันนี้ หากราคาถูกทดสอบที่ระดับ 160.31 ติดต่อกันสองครั้ง โดยที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซน oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับตัวลงของคู่เงินนี้ และมีโอกาสทำให้ตลาดกลับตัวขึ้นได้ สามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปที่ระดับฝั่งตรงข้ามบริเวณ 160.42 และ 160.62
สถานการณ์การขายสถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้ก็ต่อเมื่อราคาทะลุระดับ 160.31 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ลงมา ซึ่งน่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่เงินนี้ เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 160.04 ซึ่งผมมีแผนจะปิดสถานะขาย และเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที (คาดหวังการเคลื่อนไหวย้อนทิศจากระดับดังกล่าวประมาณ 20–25 pips) ผู้ขายสามารถกลับเข้าตลาดได้ทุกเมื่อ เพียงแค่มีสัญญาณหรือคำใบ้ใดๆ จากธนาคารกลาง สำคัญ! ก่อนเข้าขาย ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์ และเพิ่งเริ่มตัดลงจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขาย USD/JPY วันนี้ หากราคาถูกทดสอบที่ระดับ 160.42 ติดต่อกันสองครั้ง โดยที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซน overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับตัวขึ้นของคู่เงินนี้ และมีโอกาสทำให้ตลาดกลับตัวลงได้ สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปที่ระดับฝั่งตรงข้ามบริเวณ 160.31 และ 160.04
เส้นสีเขียวบาง – ราคาที่เข้าเปิดสถานะซื้อของตราสารที่ทำการซื้อขาย;
เส้นสีเขียวหนา – ระดับราคาที่คาดหมายสำหรับวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดล็อกกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับขึ้นต่อเกินกว่าระดับนี้;
เส้นสีแดงบาง – ราคาที่เข้าเปิดสถานะขายของตราสารที่ทำการซื้อขาย;
เส้นสีแดงหนา – ระดับราคาที่คาดหมายสำหรับวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดล็อกกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อให้ต่ำกว่าระดับนี้;
อินดิเคเตอร์ MACD เมื่อจะเข้าเปิดสถานะในตลาด ควรพิจารณาโซน Overbought และ Oversold ให้ดี
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อจะตัดสินใจเข้าเปิดสถานะ ก่อนที่รายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญจะถูกเผยแพร่ออกมา ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรด เพื่อไม่ให้ติดอยู่ท่ามกลางความผันผวนรุนแรง หากคุณตัดสินใจจะเทรดในช่วงประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง Stop Order ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน หากไม่ตั้งคำสั่ง Stop คุณอาจสูญเสียพอร์ตลงทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ได้ใช้การบริหารเงินทุน (money management) และเข้าเทรดด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่
และจงจำไว้ว่าการจะเทรดให้ประสบความสำเร็จ คุณต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสภาวะตลาดในขณะนั้น มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรในระหว่างวัน (intraday)