EUR/USD: คำแนะนำการเทรดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ประจำวันที่ 8 มิถุนายน (ช่วงตลาดสหรัฐฯ)

รีวิวสถานะการเทรดและคำแนะนำการซื้อขายสำหรับยูโร

การทดสอบระดับราคา 1.1521 เกิดขึ้นในจังหวะที่ตัวชี้วัด MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนไหวลงมาต่ำกว่าเส้นศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเปิดสถานะขายยูโรที่ถูกต้อง ส่งผลให้คู่สกุลเงินปรับตัวลงไป 20 จุด

การร่วงลงอย่างรวดเร็ว 3.8% ของยอดคำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมเยอรมนีในเดือนเมษายนสร้างแรงกดดันต่อยูโร โดยเฉพาะการลดลงของคำสั่งซื้อใหม่ ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้นำกิจกรรมการผลิตในอนาคต การหดตัว 3.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า บ่งชี้ว่าผู้ผลิตเยอรมันกำลังเผชิญความยากลำบากมากขึ้นในการได้มาซึ่งสัญญาใหม่ สาเหตุอาจมาจากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเงินเฟ้อที่ยังยืดเยื้อ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น และการชะลอตัวของความต้องการทั่วโลก โดยเฉพาะจากประเทศคู่ค้ารายสำคัญ การอ่อนค่าของยูโรจึงเป็นผลโดยตรงจากข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังชุดนี้

เนื่องจากช่วงครึ่งหลังของวันไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ รายใหม่ ผู้เข้าร่วมตลาดจึงจะจับตาดูถ้อยแถลงที่ไม่คาดคิดจากเจ้าหน้าที่ Federal Reserve เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเป็นหลัก ความเห็นของกรรมการ FOMC ที่มีสิทธิ์ออกเสียงเกี่ยวกับนโยบายการเงินจะมีความสำคัญเป็นพิเศษ สัญญาณบ่งชี้การเข้มงวดนโยบายเพิ่มเติมใด ๆ อาจกระตุ้นให้เกิดความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง และหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโร นักลงทุนจะเฝ้าติดตามสัญญาณทุกอย่างที่อาจเปลี่ยนแปลงความคาดหวังต่อท่าทีของธนาคารกลางในอนาคตอย่างใกล้ชิด

สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตาม Scenario หมายเลข 1 และหมายเลข 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ

สถานการณ์ที่ 1: วันนี้อาจพิจารณาเปิดสถานะซื้อ euro ได้ หากราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1533 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1570 ที่ระดับ 1.1570 ผมวางแผนจะปิดสถานะซื้อ และเปิดสถานะขายสวนทาง โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวของราคาไว้ที่ประมาณ 30–35 จุดจากจุดเข้า อย่างไรก็ตาม การคาดหวังให้ euro ปรับตัวขึ้นแรงในวันนี้อาจเป็นเรื่องยาก

สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะซื้อ ต้องแน่ใจก่อนว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวขึ้นจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: ผมยังวางแผนจะซื้อ euro วันนี้ หากมีการทดสอบระดับ 1.1510 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะลงต่อ และเอื้อต่อการกลับตัวขึ้นด้านบน ในกรณีนี้ สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.1533 และ 1.1570 ได้

สัญญาณขาย

สถานการณ์ที่ 1: ผมวางแผนจะขาย euro หลังจากราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1510 (เส้นสีแดงบนกราฟ) เป้าหมายทำกำไรจะอยู่ที่ 1.1480 ซึ่งผมตั้งใจจะปิดสถานะขาย และเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวไว้ที่ประมาณ 20–25 จุด แรงกดดันจากฝั่งขายในคู่เงินนี้อาจกลับมาได้ทุกเมื่อในวันนี้

สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะขาย ต้องแน่ใจก่อนว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ใต้เส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: ผมยังวางแผนจะขาย euro วันนี้ หากมีการทดสอบระดับ 1.1533 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะขึ้นต่อ และเอื้อต่อการกลับตัวลงด้านล่าง ในกรณีนี้ สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.1510 และ 1.1480 ได้

หมายเหตุบนกราฟ:

เส้นเขียวเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะฝั่งซื้อของเครื่องมือทางการเงิน;เส้นเขียวเส้นหนา – ระดับที่คาดการณ์ไว้ว่าสามารถตั้งคำสั่ง Take Profit ได้ หรือเป็นจุดที่อาจเลือกปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นเหนือระดับนี้ต่อไป;เส้นแดงเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะฝั่งขายของเครื่องมือทางการเงิน;เส้นแดงเส้นหนา – ระดับที่คาดการณ์ไว้ว่าสามารถตั้งคำสั่ง Take Profit ได้ หรือเป็นจุดที่อาจเลือกปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้ต่อไป;ตัวชี้วัด MACD – เมื่อเข้าเทรดในตลาด สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) และขายมากเกินไป (Oversold).

สำคัญมาก: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อจะตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนมีการประกาศตัวเลขปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณเลือกที่จะเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรใช้คำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีคำสั่ง stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้ใช้การบริหารเงินที่เหมาะสมและเปิดสถานะด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่มากเกินไป

โปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น ตัวอย่างแผนที่แสดงไว้ข้างต้น การตัดสินใจเข้าออกตลาดแบบฉับพลันโดยยึดจากสภาวะตลาดเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday).