USD/JPY: เคล็ดลับสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ประจำวันที่ 11 มิถุนายน (ช่วงการเทรดสหรัฐฯ)

การวิเคราะห์ดีเทลของการเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับเงินเยนญี่ปุ่น

เนื่องจากความผันผวนของตลาดอยู่ในระดับต่ำ ราคาจึงไม่สามารถไปถึงระดับที่ผมได้กำหนดไว้ล่วงหน้า

จากสถานการณ์ตึงเครียดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ Bank of Japan จะเข้าแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนเงินเยน ทำให้นักเทรดส่วนใหญ่มีแนวโน้มใช้กลยุทธ์ที่ระมัดระวังมากขึ้นและรอดูท่าทีของตลาด ในระยะถัดไป ตลาดจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (Producer Price Index: PPI) และข้อมูลตลาดแรงงาน

หากตัวเลข PPI ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นในสหรัฐอเมริกาอาจเพิ่มสูงขึ้น และอาจช่วยหนุนให้คู่เงิน USD/JPY ปรับตัวขึ้นต่อไป นอกจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) หลักแล้ว ยังมีการประกาศตัวเลข PPI ที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงานด้วย โดยดัชนีย่อยตัวนี้ถือเป็นตัวชี้วัดแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐานที่น่าเชื่อถือมากกว่า เนื่องจากตัดองค์ประกอบที่ผันผวนออกไป ทิศทางการเคลื่อนไหวของตัวชี้วัดนี้จะส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการคาดการณ์ของตลาดเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคตของธนาคารกลาง นอกจากนี้ ตลาดยังจะได้รับข้อมูลรายสัปดาห์ของจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ซึ่งสะท้อนสภาพการณ์ปัจจุบันของตลาดแรงงานและเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อภาวะของตลาดแรงงาน ข้อมูลที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดอาจนำไปสู่การปรับฐานเล็กน้อยในคู่เงินนี้

สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับสถานการณ์ตามแผน #1 และ #2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ

สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะซื้อ USD/JPY วันนี้ที่จุดเข้าใกล้บริเวณ 160.61 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปบริเวณ 160.95 (เส้นสีเขียวหนาบนกราฟ) ที่ระดับ 160.95 ฉันจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้าม (คาดว่าจะมีการย่อตัวลงประมาณ 30–35 จุดจากระดับนั้น) โอกาสที่ราคาคู่นี้จะปรับขึ้นต่อในวันนี้ยังเป็นไปได้ หากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันขึ้นจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: ฉันจะพิจารณาซื้อ USD/JPY เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับ 160.47 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะลงต่อและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวขึ้น สามารถคาดหวังการเคลื่อนไหวขึ้นไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 160.61 และ 160.95 ได้

สัญญาณขาย

สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะขาย USD/JPY หลังจากมีการทะลุลงใต้ระดับ 160.47 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งจะนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่สกุลเงิน เป้าหมายหลักของฝั่งขายอยู่ที่ 160.14 ซึ่งฉันจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที (คาดว่าจะมีการดีดกลับราว 20–25 จุด) แรงกดดันฝั่งลงของคู่นี้อาจกลับมาได้อีก หากมีการแทรกแซงของ Bank of Japan สำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ใต้เส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันลงจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: ฉันจะพิจารณาขาย USD/JPY เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับ 160.61 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นต่อและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลง สามารถคาดหวังการอ่อนตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 160.47 และ 160.14 ได้

สิ่งที่ปรากฏบนกราฟ:

เส้นสีเขียวบาง – ระดับราคาเข้าซื้อของตราสารที่ใช้เทรดเส้นสีเขียวหนา – ระดับเป้าหมายทำกำไร (take-profit) หรือโซนสำหรับปิดทำกำไร เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะขึ้นต่อเหนือระดับนี้มีไม่มากเส้นสีแดงบาง – ระดับราคาเข้าขายของตราสารที่ใช้เทรดเส้นสีแดงหนา – ระดับเป้าหมายทำกำไร (take-profit) หรือโซนสำหรับปิดทำกำไร เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะลงต่อใต้ระดับนี้มีไม่มากอินดิเคเตอร์ MACD – โซนซื้อมากเกินไปและขายมากเกินไปควรเป็นตัวช่วยกำหนดจุดเข้าเทรด

สำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อเข้าเทรดในตลาด ก่อนการประกาศตัวเลขพื้นฐานที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อป้องกันการผันผวนของราคาที่รุนแรง หากคุณเลือกจะเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงการขาดทุน หากไม่มีการตั้ง stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้บริหารจัดการเงินทุนอย่างถูกต้องและใช้ขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป

โปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่นำเสนอไว้ด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสภาพตลาด ณ ขณะนั้น โดยขาดแผนที่เป็นระบบ ถือเป็นกลยุทธ์การเทรดระหว่างวันที่มีแนวโน้มขาดทุนโดยเนื้อแท้