ราคาทองคำ (XAU/USD) ปรับขึ้นมาที่ระดับ 4,350 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.86% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และเป็นการต่อยอดการฟื้นตัวที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จากระดับ 4,024 ดอลลาร์ โดยขณะนี้ราคาทองคำอยู่ในระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนกำลังประเมินผลกระทบจากข้อตกลงที่เพิ่งมีการประกาศระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอีกครั้ง
ตลาดการเงินตอบรับในเชิงบวกต่อรายงานที่ว่า Washington และ Tehran ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้ง ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะถูกเปิดอีกครั้งภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงดังกล่าว โดยข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันจากรองรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านเช่นกัน ตามรายงานหลายแหล่ง คาดว่าการหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่เดือนเมษายนจะถูกขยายระยะเวลาออกไป เปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเดินหน้าเจรจาต่อได้
การประกาศข้อตกลงดังกล่าวช่วยปรับปรุงบรรยากาศในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ สัญญาฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 1–2% ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งจะช่วยให้การไหลเวียนของพลังงานทั่วโลกกลับสู่ภาวะปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ในขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐยังคงเผชิญแรงกดดัน โดย U.S. Dollar Index (DXY) ปรับตัวลดลงประมาณ 0.3% เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 99.48 หลังจากเปิดสัปดาห์ด้วยช่องว่างด้านขาลง (bearish gap)
การอ่อนค่าของดอลลาร์ช่วยหนุนราคาทองคำเพิ่มขึ้น ทำให้ทองคำดึงดูดนักลงทุนที่อยู่ในประเทศซึ่งใช้สกุลเงินอื่นมากยิ่งขึ้น
นักลงทุนควรจับตาการประชุม Federal Reserve ที่มีกำหนดจัดขึ้นปลายสัปดาห์นี้ล่วงหน้าไปด้วย ก่อนถึงวันประชุม เทรดเดอร์ควรติดตาม Empire State Manufacturing Survey และข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด สัญญาณใด ๆ ที่สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลต่อราคาทองคำในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
แม้สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์จะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ยังมีปัจจัยบางประการที่ทำให้ต้องระมัดระวัง สื่อในเลบานอนยังคงรายงานข่าวการโจมตีของอิสราเอลในตอนใต้ของเลบานอน หลังจากมีการประกาศข้อตกลงแล้ว ขณะที่เนื้อหาฉบับเต็มของข้อตกลงยังไม่ได้รับการเปิดเผย ความไม่แน่นอนนี้ยังคงหนุนให้มีความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย จากนักลงทุนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ในมุมมองด้านเทคนิค ราคาทองคำกำลังเข้าใกล้เส้น 200-day EMA ซึ่งคาดว่าจะเป็นแนวต้านแรก อย่างไรก็ตาม แนวต้านหลักของฝั่งผู้ซื้อยังคงเป็นเส้น 100-day SMA การทะลุขึ้นเหนือระดับดังกล่าวจะช่วยหนุนมุมมองขาขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นต่อไป แต่ในตอนนี้ออสซิลเลเตอร์ยังคงอยู่ในแดนลบ ทำให้ฝั่งผู้ขายได้เปรียบอยู่ อย่างไรก็ดี ทองคำยังพบแนวรับแถวบริเวณระดับ 4,260 ดอลลาร์ การหลุดต่ำกว่าแนวรับนี้อาจเปิดทางให้ราคาถอยลงไปทดสอบจุดต่ำสุดของเดือนมิถุนายนได้