การทดสอบราคาที่ระดับ 1.1475 เกิดขึ้นพร้อมกับตัวบ่งชี้ MACD ที่ขยับขึ้นเหนือเส้นศูนย์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจำกัดศักยภาพขาขึ้นของคู่เงินนี้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่ได้เข้าซื้อยูโร
การซื้อขายในวันนี้ช่วงตลาดยุโรปไม่น่าจะมีเหตุการณ์เศรษฐกิจสำคัญมากนัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งแรกของวันจะมีการประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยูโรโซน ประจำเดือนมิถุนายน 2026 ตัวชี้วัดนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินอุปสงค์ของผู้บริโภค หากดัชนีดังกล่าวออกมาแย่ลง ก็อาจสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อค่าเงินยูโรในระยะสั้น แต่หากข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคแสดงให้เห็นถึงการทรงตัวหรือแม้แต่การเติบโตในระดับปานกลาง ก็จะถูกตีความในเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของยูโรโซน
เรายังต้องติดตามการกล่าวสุนทรพจน์ของสองบุคคลสำคัญในโลกการเงินยุโรป ได้แก่ ประธานธนาคารกลางยุโรป Christine Lagarde และประธาน Bundesbank Joachim Nagel ถ้อยแถลงของทั้งสองอาจให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับแนวทางในอนาคตของ ECB ในการดำเนินนโยบายการเงิน โดยเฉพาะในภาวะที่ยังเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ คำพูดของ Lagarde จะมีความสำคัญเป็นพิเศษต่อการทำความเข้าใจแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ความคาดหวังเงินเฟ้อ และการประเมินความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
คำกล่าวสุนทรพจน์ของประธาน Bundesbank Joachim Nagel ก็มีน้ำหนักเช่นกัน เนื่องจากเยอรมนีเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยูโรโซน และธนาคารกลางของเยอรมนีก็มักมีจุดยืนที่ระมัดระวังมากกว่า
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินตามแผนในสถานการณ์ที่ 1 และสถานการณ์ที่ 2 เป็นหลัก
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ผมอาจพิจารณาซื้อยูโร หากราคาขึ้นไปใกล้บริเวณ 1.1475 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าการปรับขึ้นไปที่ระดับ 1.1512 ที่ราคา 1.1512 ผมมีแผนจะปิดสถานะทำกำไรและเปิดสถานะขายยูโรในทิศทางตรงข้าม โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 pips จากจุดเปิดสถานะ สามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นของยูโรได้ก็ต่อเมื่อมีตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งจาก Eurozone เท่านั้น สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มไต่ตัวขึ้นจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ผมยังมีแผนจะซื้อยูโร หากมีการทดสอบระดับราคาที่ 1.1448 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับลงของคู่เงินและเอื้อต่อการกลับตัวขึ้นของตลาด สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังแนวต้านฝั่งตรงข้ามที่ 1.1475 และ 1.1512 ได้
สถานการณ์การขายสถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขายยูโรเมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1448 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยตั้งเป้าหมายที่ 1.1411 ซึ่งผมจะปิดสถานะทำกำไรและเปิดสถานะซื้อกลับทันทีในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 20–25 pips ในทิศทางตรงข้ามจากระดับดังกล่าว) แรงกดดันต่อคู่เงินในวันนี้จะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อรายงานข้อมูลออกมาอ่อนแอมากเท่านั้น สำคัญ! ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลงจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขายยูโรในวันนี้ หากมีการทดสอบระดับราคา 1.1475 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของคู่เงินและเอื้อต่อการกลับตัวลงของตลาด สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังแนวรับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1448 และ 1.1411 ได้
เส้นสีเขียวบาง – ราคาที่ใช้เปิดคำสั่งซื้อของตราสารที่ทำการเทรด;
เส้นสีเขียวหนา – ระดับราคาระดับสมมุติสำหรับตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดล็อกกำไรด้วยตนเอง เพราะมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นเหนือระดับนี้ต่อไป;
เส้นสีแดงบาง – ราคาที่ใช้เปิดคำสั่งขายของตราสารที่ทำการเทรด;
เส้นสีแดงหนา – ระดับราคาระดับสมมุติสำหรับตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดล็อกกำไรด้วยตนเอง เพราะมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับนี้ต่อไป;
อินดิเคเตอร์ MACD: เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ควรให้ความสำคัญกับโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold).
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเมื่อทำการตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าเทรด เพื่อป้องกันไม่ให้ติดอยู่ในช่วงที่ราคาผันผวนรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง stop เสมอเพื่อลดการขาดทุน หากไม่ตั้งคำสั่ง stop คุณอาจสูญเสียเงินทั้งหมดในพอร์ตได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกรณีที่คุณไม่ใช้หลักการบริหารเงิน และเปิดเทรดด้วยขนาด lot สูง
และอย่าลืมว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันจากสถานการณ์ตลาด ณ ขณะนั้น โดยไม่มีแผนที่ชัดเจน ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มจะขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเทรดระหว่างวัน (intraday)