ค่าเงินดอลลาร์ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายแล้วก็ตาม
ปัจจัยหลักมาจากการที่เทรดเดอร์คาดหวังมากขึ้นว่า Federal Reserve จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ นักลงทุนกำลังจับตาดูถ้อยแถลงจากตัวแทนของ Fed และข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อข้อสรุปของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ตลาดประเมินว่าความเป็นไปได้ที่จะมีการเข้มงวดนโยบายการเงินเพิ่มเติมนั้นค่อนข้างสูง การขึ้นดอกเบี้ยโดยทั่วไปจะทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐน่าดึงดูดยิ่งขึ้นสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนของตน
ในทางกลับกัน ค่าเงินยูโรยังคงเผชิญแรงกดดัน สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในยูโรโซน แม้จะเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกบางอย่าง แต่โดยรวมแล้วยังไม่มั่นคง และอัตราเงินเฟ้อก็ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษก็เผชิญความท้าทายเช่นกัน แม้จะอยู่ในสถานะที่ดีกว่ายูโรเล็กน้อย
วันนี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นวันที่สำคัญสำหรับยูโร เนื่องจากจะมีการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากเยอรมนี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจแบบองค์รวมจากสถาบัน IFO ซึ่งจะถูกประกาศออกมา ดัชนีนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักสามส่วน ได้แก่ การประเมินสภาพปัจจุบัน ความคาดหวังทางเศรษฐกิจ และดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจโดยรวม และถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิดที่สุด
หากตัวเลขที่ประกาศออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และบ่งชี้ว่าบรรยากาศทางธุรกิจในเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปปรับตัวดีขึ้น ก็อาจกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อค่าเงินยูโรได้ สัญญาณเชิงบวกจากเยอรมนีมักถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้เสถียรภาพและศักยภาพการเติบโตของยูโรโซนทั้งภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้สกุลเงินร่วมแข็งค่าขึ้น เทรดเดอร์จะวิเคราะห์แต่ละองค์ประกอบของดัชนี IFO อย่างละเอียด เพื่อมองหาหลักฐานยืนยันการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
นอกจากการรอคอยข้อมูลเหล่านี้แล้ว นักลงทุนยังจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสุนทรพจน์ของ Joachim Nagel ประธาน Bundesbank ด้วย ความเห็นของเขาเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และที่สำคัญคือแนวโน้มนโยบายการเงินของเยอรมนี อาจส่งผลได้ในสองทิศทาง
สำหรับเงินปอนด์ วันนี้ยังไม่น่าจะเป็นวันที่ชี้ขาด ตลาดกำลังรอถ้อยแถลงจากบุคคลสำคัญสองคนของ Bank of England ได้แก่ สมาชิกคณะกรรมการด้านเสถียรภาพการเงิน Sarah Breeden และสมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงิน Huw Pill ซึ่งคาดว่าคำกล่าวของทั้งสองจะเป็นตัวกำหนดทิศทางในอนาคตของเงินสกุลนี้ ท่ามกลางภาวะกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ คำปราศรัยของตัวแทน BoE จึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ
หากข้อมูลที่ออกมาตรงกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการใช้กลยุทธ์ Mean Reversion แต่หากข้อมูลออกมาดีกว่าหรือแย่กว่าที่คาดอย่างมีนัยสำคัญ การใช้กลยุทธ์ Momentum จะเหมาะสมกว่า
กลยุทธ์ Momentum (Breakout):
สำหรับคู่เงิน EUR/USD
เปิดสถานะซื้อเมื่อราคาทะลุขึ้นเหนือ 1.1385 โดยมีโอกาสที่ยูโรจะปรับขึ้นต่อไปที่ 1.1416 และ 1.1449;เปิดสถานะขายเมื่อราคาทะลุลงต่ำกว่า 1.1350 โดยมีโอกาสที่ยูโรจะปรับตัวลงสู่ระดับ 1.1314 และ 1.1270;สำหรับคู่เงิน GBP/USD
เปิดสถานะซื้อเมื่อราคาทะลุขึ้นเหนือ 1.3225 โดยมีโอกาสที่ปอนด์จะปรับขึ้นต่อไปที่ 1.3255 และ 1.3270;เปิดสถานะขายเมื่อราคาทะลุลงต่ำกว่า 1.3185 โดยมีโอกาสที่ปอนด์จะปรับตัวลงสู่ระดับ 1.3140 และ 1.3095;สำหรับคู่เงิน USD/JPY
เปิดสถานะซื้อเมื่อราคาทะลุขึ้นเหนือ 161.85 โดยมีโอกาสที่ดอลลาร์จะปรับขึ้นต่อไปที่ 162.04 และ 162.24;เปิดสถานะขายเมื่อราคาทะลุลงต่ำกว่า 161.56 โดยมีโอกาสที่ดอลลาร์จะปรับตัวลงสู่ระดับ 161.33 และ 161.10;กลยุทธ์ Mean Reversion (Reversal):
สำหรับคู่สกุลเงิน EUR/USD
มองหาโอกาสขายหลังจากการเบรกเอาท์ขึ้นเหนือระดับ 1.1386 ไม่สำเร็จ และราคากลับลงมาต่ำกว่าระดับนี้อีกครั้ง;มองหาโอกาสซื้อหลังจากการเบรกเอาท์ลงต่ำกว่าระดับ 1.1355 ไม่สำเร็จ และราคากลับขึ้นมาที่ระดับนี้อีกครั้ง;สำหรับคู่ GBP/USD
มองหาโอกาสขายหลังจากการเบรกหลอกเหนือระดับ 1.3212 แล้วราคากลับลงมาต่ำกว่าระดับนี้;มองหาโอกาสซื้อหลังจากการเบรกหลอกต่ำกว่าระดับ 1.3184 แล้วราคากลับขึ้นมาที่ระดับนี้;สำหรับคู่สกุลเงิน AUD/USD
มองหาโอกาสขายหากการเบรกทะลุขึ้นเหนือระดับ 0.6931 ไม่สำเร็จ และราคากลับลงมาต่ำกว่าระดับนี้อีกครั้ง;มองหาโอกาสซื้อหากการเบรกทะลุลงต่ำกว่าระดับ 0.6898 ไม่สำเร็จ และราคากลับขึ้นมาที่ระดับนี้อีกครั้ง;สำหรับคู่เงิน USD/CAD
มองหาโอกาสขายหลังจากการเบรกเอาต์ไม่สำเร็จเหนือระดับ 1.4227 เมื่อราคากลับลงมาต่ำกว่าระดับนี้;มองหาโอกาสซื้อหลังจากการเบรกเอาต์ไม่สำเร็จต่ำกว่าระดับ 1.4199 เมื่อราคากลับขึ้นมาที่ระดับนี้;