การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับยูโร
การทดสอบราคาแถว 1.1422 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากเส้นศูนย์ ซึ่งยืนยันจุดเข้าเทรดที่ถูกต้องในตลาด ผลลัพธ์คือคู่เงินปรับตัวลงไปเพียงประมาณ 10 จุดก่อนที่การเคลื่อนไหวจะสิ้นสุดลง
ตัวเลขเศรษฐกิจจากยูโรโซนออกมาแบบผสม ทำให้ยูโรอ่อนค่าลงเล็กน้อยในช่วงครึ่งแรกของวัน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพฤษภาคมเร่งตัวขึ้นมาที่ +5.9% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ยอดค้าปลีกออกมาต่ำกว่าค่อนข้างชัด
ถัดไปเป็นชุดตัวเลขสำคัญจากสหรัฐ: ดัชนี ISM ภาคบริการและดัชนี PMI Composite จะถูกประกาศ จากนั้นตลาดจะหันไปจับตาสุนทรพจน์ของ Christopher Waller สมาชิก FOMC ต่อไป ดัชนี PMI และ ISM เป็นดัชนีชี้วัดกิจกรรมทางธุรกิจที่คำนวณจากแบบสำรวจบริษัทเกี่ยวกับคำสั่งซื้อใหม่ การจ้างงาน และราคา ระดับ 50 จุดทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างภาวะขยายตัวกับหดตัว โดยตลาดมักจะสะท้อนปฏิกิริยาต่อข้อมูลตามขนาดของความคลาดเคลื่อนระหว่างตัวเลขจริงกับที่คาดไว้ PMI Composite จะรวมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้เห็นภาพเศรษฐกิจที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อมีการเบี่ยงเบนจากคาดการณ์จึงมักส่งผลให้ตลาดเงินผันผวนอย่างชัดเจน สำหรับยูโร ภาพรวมจึงค่อนข้างตรงไปตรงมา: ข้อมูลที่ออกมาดีกว่าคาดจะหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันคู่ EUR/USD ขณะที่ข้อมูลที่น่าผิดหวังจะช่วยพยุงค่าเงินยูโร สุนทรพจน์ของ Waller สมควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ — ในฐานะสมาชิก FOMC เขามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย และแค่คำใบ้เกี่ยวกับช่วงเวลาในการเปลี่ยนแปลงในอนาคตก็สามารถขยับคู่เงินนี้ได้มาก โทนการพูดที่ยิ่ง “สายเหยี่ยว” เท่าใด ก็ยิ่งเป็นผลดีต่อดอลลาร์และทำให้ยูโรดูเปราะบางมากขึ้นในระยะสั้น
สำหรับกลยุทธ์รายวัน ผมจะให้น้ำหนักกับสถานการณ์ที่ #1 และ #2 มากกว่า
สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้สามารถซื้อยูโรได้เมื่อราคาแตะระดับ 1.1428 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการขึ้นไปที่ระดับ 1.1455 ที่ระดับ 1.1455 ผม/ฉันวางแผนที่จะออกจากตลาดและเปิดสถานะขายสวนทางทันที โดยคาดหวังการเคลื่อนไหว 30–35 จุดจากจุดเปิดสถานะ การปรับตัวขึ้นของยูโรในวันนี้มีความเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลออกมาอ่อนแอ สิ่งสำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มขยับขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผม/ฉันยังวางแผนจะซื้อยูโรหากมีการทดสอบระดับ 1.1411 ติดต่อกันสองครั้ง ในช่วงเวลาที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพขาลงและนำไปสู่การกลับตัวขึ้นด้านบน สามารถคาดหวังการเคลื่อนไหวไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1428 และ 1.1455 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผม/ฉันวางแผนจะขายยูโรหลังจากราคาขึ้นมาถึงระดับ 1.1411 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 1.1388 ซึ่งที่ระดับนี้ผม/ฉันวางแผนจะออกจากตลาดและกลับมาซื้อสวนทางทันที (คาดหวังการดีดตัวกลับจากระดับดังกล่าวราว 20–25 จุด) แรงกดดันต่อคู่สกุลเงินจะกลับมาอีกครั้งหากข้อมูลออกมาแข็งแกร่ง สิ่งสำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มขยับลง
สถานการณ์ที่ 2: ผม/ฉันยังวางแผนจะขายยูโรหากมีการทดสอบระดับ 1.1428 ติดต่อกันสองครั้ง ในช่วงเวลาที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพขาขึ้นและนำไปสู่การกลับตัวลงด้านล่าง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1411 และ 1.1388 ได้
สิ่งที่แสดงบนกราฟ:
เส้นสีเขียวบาง – ระดับราคาเปิดสถานะที่สามารถ“ซื้อ”เครื่องมือทางการเงินได้;เส้นสีเขียวหนา – ระดับราคาเป้าหมายที่สามารถตั้งคำสั่งทำกำไร (take profit) หรือปิดล็อกกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับขึ้นต่อเหนือระดับนี้;เส้นสีแดงบาง – ระดับราคาเปิดสถานะที่สามารถ“ขาย”เครื่องมือทางการเงินได้;เส้นสีแดงหนา – ระดับราคาเป้าหมายที่สามารถตั้งคำสั่งทำกำไร (take profit) หรือปิดล็อกกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อเนื่องต่ำกว่าระดับนี้;ตัวชี้วัด MACD – เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ควรให้ความสำคัญกับโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold).สำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อจะตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด ก่อนที่รายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญจะถูกประกาศออกมา ควรหลีกเลี่ยงการเทรดเพื่อป้องกันความผันผวนที่รุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรตั้งคำสั่งตัดขาดทุน (stop-loss) ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงของการขาดทุน หากไม่มีคำสั่ง stop คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้บริหารจัดการเงินทุนอย่างเหมาะสมและใช้ขนาดสัญญา (volume) ในการเทรดสูงเกินไป
และโปรดจำไว้ว่า: การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากสภาพตลาดในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีโอกาสขาดทุนตั้งแต่แรกสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรในวันเดียว (intraday traders).