USD/JPY: เคล็ดลับการเทรดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ – 31 กรกฎาคม (ช่วงตลาดสหรัฐฯ)

รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดสกุลเงินเยนญี่ปุ่น

การทดสอบระดับ 163.68 ครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวสูงกว่าระดับศูนย์ไปมากแล้ว ซึ่งจำกัดศักยภาพขาขึ้นของคู่เงินนี้ การทดสอบระดับ 163.68 ครั้งที่สองเกิดขึ้นพร้อมกับที่ MACD เข้าเขต Oversold ทำให้สามารถดำเนินการตาม Sell Scenario #2 ได้ และนำไปสู่การอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐ

เงินเยนญี่ปุ่นกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งหลังจากมีการแทรกแซงค่าเงินเพิ่มเติมโดย Bank of Japan อย่างไรก็ตาม แม้การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่เงินลงมาบริเวณระดับ 159.00 จะเกิดขึ้น แต่ก็ถูกซื้อกลับอย่างรวดเร็ว ช่วยพยุงให้ตลาดอยู่ในภาวะสมดุล มองไปข้างหน้า ตลาดกำลังรอตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจาก University of Michigan และข้อมูลประมาณการเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสะท้อนความพร้อมในการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน ขณะที่ประมาณการเงินเฟ้อเป็นปัจจัยที่ Federal Reserve จับตาอย่างใกล้ชิดเมื่อประเมินแรงกดดันเงินเฟ้อในอนาคต ตัวเลขที่ออกมาแข็งแกร่งอาจกดดันให้ความต้องการรับความเสี่ยงลดลง และกระตุ้นให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่ามากขึ้นในช่วงสิ้นเดือน

สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตาม Scenario #1 และ Scenario #2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ

สถานการณ์ที่ 1: วันนี้มีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY หากราคาขึ้นไปถึงจุดเข้าใกล้บริเวณ 160.24 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายให้ราคาปรับขึ้นไปที่ 161.03 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) บริเวณ 161.03 มีแผนจะปิดสถานะซื้อทั้งหมดและเปิดสถานะขาย โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวสวนทางลงมาประมาณ 30–35 จุดจากระดับดังกล่าว ทั้งนี้ วันนี้ราคาคู่อาจขยับขึ้นต่อได้ แต่คาดว่ากรอบการปรับขึ้นจะมีจำกัด

สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันตัวขึ้นจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: มีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 159.87 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับลงของคู่เงิน และกระตุ้นให้ตลาดกลับตัวเป็นขาขึ้น ในกรณีนี้ คาดหวังการปรับขึ้นไปที่ระดับฝั่งตรงข้ามคือ 160.24 และ 161.03 ได้

สัญญาณขาย

สถานการณ์ที่ 1: มีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY หลังจากราคาทะลุลงต่ำกว่า 159.87 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การปรับลดลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายหลักของฝั่งขายอยู่ที่ 159.03 ซึ่งมีแผนจะปิดสถานะขายทั้งหมด และเปิดสถานะซื้อทันที โดยคาดหวังการดีดกลับขึ้นมาประมาณ 20–25 จุดจากระดับดังกล่าว แรงขายต่อคู่เงินนี้มีแนวโน้มที่จะกลับมาได้อีกในวันนี้ หาก Bank of Japan เข้าดำเนินการแทรกแซง

สำคัญ: ก่อนเข้าขาย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันตัวลงจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: มีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 160.24 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของคู่เงิน และกระตุ้นให้ตลาดกลับตัวเป็นขาลง ในกรณีนี้ คาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 159.87 และ 159.03 ได้

คำอธิบายกราฟเส้นสีเขียวบาง – ราคาเปิดสถานะฝั่งซื้อของตราสารทางการเงิน;เส้นสีเขียวหนา – ระดับ Take Profit ที่คาดการณ์ไว้ หรือระดับที่สามารถปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อจากระดับนี้;เส้นสีแดงบาง – ราคาเปิดสถานะฝั่งขายของตราสารทางการเงิน;เส้นสีแดงหนา – ระดับ Take Profit ที่คาดการณ์ไว้ หรือระดับที่สามารถปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อจากระดับนี้;อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด ควรใช้โซน Overbought และ Oversold เป็นแนวทางประกอบการพิจารณา

สำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด โดยทั่วไปแล้วควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาที่รุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง Stop-loss ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีคำสั่ง Stop-loss คุณอาจสูญเสียพอร์ตเทรดทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่มีการจัดการเงินทุน (Money Management) ที่เหมาะสม และใช้ขนาดสัญญา (Position Size) ที่ใหญ่เกินไป

โปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น ตัวอย่างที่อธิบายไว้ด้านบน การตัดสินใจเข้าเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากสถานการณ์ปัจจุบันของตลาดเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับสายเทรดระหว่างวัน (Intraday Trader)