EUR/USD: เคล็ดลับการเทรดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ – 3 สิงหาคม (ช่วงตลาดสหรัฐฯ)

รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดสำหรับยูโร

การทดสอบระดับ 1.1523 ครั้งแรกเกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวลงมาต่ำกว่าเส้นศูนย์ไปมากแล้ว ซึ่งทำให้แรงลงของคู่เงินมีข้อจำกัด การทดสอบระดับ 1.1523 ครั้งที่สองเปิดโอกาสให้ Buy Scenario No. 2 ทำงาน ส่งผลให้ได้กำไร 10 จุด

ยูโรน่าจะใช้เวลาในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้ารอการประกาศตัวเลข U.S. ISM Manufacturing PMI เดือนกรกฎาคม ดัชนีนี้ถือเป็นตัวชี้วัดเชิงนํา เนื่องจากเป็นหนึ่งในตัวแรก ๆ ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของมุมมองในภาคการผลิต และผลการประกาศมีอิทธิพลโดยตรงต่อความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve เนื่องจากเป็นการประกาศตัวเลขที่มีการปรับทบทวน ดังนั้นประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าตัวเลขประเมินเบื้องต้นจะถูกปรับขึ้นหรือลง และตัวเลขสุดท้ายจะออกมาสูงหรือต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้

มุมมองต่อยูโรจึงค่อนข้างชัดเจน หากมีการปรับทบทวนขึ้นและตัวเลขออกมาดีกว่าคาด จะช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและเพิ่มแรงกดดันด้านขาลงต่อคู่เงิน EUR/USD ขณะที่ตัวเลขที่อ่อนแอกว่าจะเปิดโอกาสให้ยูโรทรงตัวได้ต่อไป หลังจากการปรับตัวขึ้นล่าสุด สกุลเงินเดียวดูมีความเสี่ยงต่อการย่อตัว ดังนั้นรายงานสหรัฐที่ออกมาดีมากอาจกระตุ้นให้เกิดการปรับฐานลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยความลึกของการปรับฐานจะขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลออกมาดีกว่าคาดแค่ไหน

สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวันของผม ผมจะเน้นใช้เป็นหลักคือการดำเนินการตาม Scenario No. 1 และ Scenario No. 2

สัญญาณซื้อ

สถานการณ์ที่ 1: พิจารณาซื้อยูโรหากราคาขึ้นถึงระดับ 1.1540 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการขึ้นไปที่ระดับ 1.1574 ผมมีแผนจะปิดสถานะซื้อที่ 1.1574 และเปิดสถานะขายจากระดับดังกล่าว โดยคาดว่าจะมีการย่อตัวลงมาประมาณ 30–35 จุด การปรับขึ้นของยูโรในวันนี้สามารถคาดหวังได้หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดการณ์

สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มขยับขึ้น

สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะซื้อยูโรหากระดับ 1.1520 ถูกทดสอบต่อเนื่องกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) สถานการณ์นี้จะจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงินและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวขึ้นของตลาด ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับ 1.1540 และ 1.1574 ได้

สัญญาณขาย

สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขายยูโรหลังจากที่ราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1520 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 1.1491 ซึ่งผมตั้งใจจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อทันที โดยคาดว่าจะมีการดีดกลับขึ้นมาประมาณ 20–25 จุด แรงขายกดดันคู่เงินนี้มีแนวโน้มจะกลับมาอีกครั้งหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดี

สำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มขยับลง

สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขายยูโรหากระดับ 1.1540 ถูกทดสอบต่อเนื่องกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) สถานการณ์นี้จะจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของคู่เงินและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลงของตลาด ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการปรับตัวลงสู่ระดับ 1.1520 และ 1.1491 ได้

หมายเหตุเกี่ยวกับกราฟเส้นสีเขียวบาง – ราคาเปิดสถานะ Long (ซื้อ).เส้นสีเขียวหนา – ระดับ Take Profit ที่คาดการณ์ไว้ หรือบริเวณที่สามารถล็อกกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับนี้มีไม่มากนัก.เส้นสีแดงบาง – ราคาเปิดสถานะ Short (ขาย).เส้นสีแดงหนา – ระดับ Take Profit ที่คาดการณ์ไว้ หรือบริเวณที่สามารถล็อกกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับนี้มีไม่มากนัก.อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อเข้าสู่ตลาด ควรพิจารณาสภาวะ Overbought และ Oversold ประกอบด้วยทุกครั้ง.

สำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรตัดสินใจเข้าเทรดด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยทั่วไปแล้วควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาที่รุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าว ควรใช้คำสั่ง Stop-loss ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น การเทรดโดยไม่ใช้คำสั่ง Stop-loss อาจทำให้เงินทุนในบัญชีสูญหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากคุณใช้ขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไปโดยไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม.

โปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบเฉพาะหน้าจากสภาพตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายอินทราเดย์.