รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรด Euro
การทดสอบระดับ 1.1517 ครั้งแรกเกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD ได้ขยับขึ้นไปเหนือเส้นศูนย์มากพอสมควรแล้ว ซึ่งจำกัดศักยภาพการปรับตัวขึ้นของคู่สกุลเงินนี้
Euro ผ่านพ้นช่วงการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจรองของยุโรปมาได้โดยไม่เผชิญแรงกดดันตามคาด เนื่องจากรายงานเหล่านั้นมีผลกระทบต่อสกุลเงินเดียวไม่มากนัก สิ่งที่สำคัญกว่ามากคือชุดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศออกมา ทั้งดุลการค้า รายงาน Job Openings and Labor Turnover Survey (JOLTS) และตัวเลข Factory Orders
ดุลการค้าสะท้อนถึงส่วนต่างระหว่างมูลค่าสินค้าและบริการที่ส่งออกกับที่นำเข้า หากตัวเลขยิ่งแย่ลงอาจบ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงของผู้ผลิตสหรัฐฯ ในตลาดต่างประเทศ รายงานของ Bureau of Labor Statistics เกี่ยวกับตำแหน่งงานที่เปิดรับและการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของภาวะตลาดแรงงาน จำนวนตำแหน่งงานว่างที่สูงควบคู่ไปกับอัตราการลาออกของพนักงานที่ต่ำ สะท้อนถึงอุปสงค์แรงงานที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นของแรงงาน ซึ่งอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ ส่วน Factory Orders ใช้สะท้อนกิจกรรมในภาคการผลิต ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของ Factory Orders บ่งชี้ถึงกิจกรรมทางธุรกิจที่คึกคักมากขึ้น
ผลกระทบต่อ Euro ค่อนข้างชัดเจน หากตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ แข็งแกร่ง ก็อาจหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันคู่เงิน EUR/USD ในทางกลับกัน หากข้อมูลออกมาต่ำกว่าคาด ก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อ Euro
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวันของผม ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตาม Scenario #1 และ Scenario #2 เป็นหลัก
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้พิจารณาซื้อยูโรหากราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1518 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการขึ้นไปที่ 1.1548 ที่ระดับ 1.1548 ผมมีแผนจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขาย โดยคาดหวังการย่อตัวลง 30–35 จุดจากจุดเปิดสถานะ ยูโรมีแนวโน้มจะแข็งค่าขึ้นในวันนี้หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าที่คาด
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มขยับขึ้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะซื้อยูโรหากระดับ 1.1504 ถูกทดสอบสองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงินและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวขึ้นของราคา ในกรณีนี้อาจคาดหวังการขึ้นไปยังระดับ 1.1518 และ 1.1548 ได้
สัญญาณขายสถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขายยูโรหลังจากราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1504 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการลงไปที่ 1.1470 ที่ระดับ 1.1470 ผมตั้งใจจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อทันที โดยคาดหวังการดีดกลับขึ้น 20–25 จุด แรงกดดันด้านลบต่อคู่เงินมีแนวโน้มจะกลับมา หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาด
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ใต้เส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มขยับลง
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขายยูโรหากระดับ 1.1518 ถูกทดสอบสองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของคู่เงินและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลงของราคา ในกรณีนี้อาจคาดหวังการลงไปยังระดับ 1.1504 และ 1.1470 ได้
สำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อตัดสินใจเทรด โดยทั่วไปมักแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเปิดสถานะก่อนการประกาศตัวเลขพื้นฐานสำคัญต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณเลือกที่จะเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรใช้คำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงต่อการขาดทุน การเทรดโดยไม่ใช้คำสั่ง stop-loss อาจทำให้คุณสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณใช้ขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไปโดยไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
สุดท้ายนี้ โปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น แผนที่กล่าวไว้ข้างต้น การตัดสินใจซื้อขายแบบฉับพลันโดยอิงเพียงสภาวะตลาดในขณะนั้นมักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายอินทราเดย์