การทดสอบราคาแถว 1.1518 เกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่ตัวชี้วัด MACD เริ่มขยับขึ้นจากระดับศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเปิดสถานะซื้อยูโรที่ถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวขึ้นได้ 15 จุด (pips)
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาไม่สดใสนักเมื่อวานนี้ทำให้ดอลลาร์ขาดปัจจัยหนุน และเป็นผลดีต่อค่าเงินยูโร ตลาดแรงงานในเดือนมิถุนายนยังทรงตัว โดยข้อมูล JOLTs ระบุว่ามีตำแหน่งงานว่าง 7.4 ล้านตำแหน่ง การไม่มีสัญญาณชัดเจนทั้งด้านชะลอตัวหรือร้อนแรงเกินไป ทำให้ Federal Reserve ไม่มีเหตุผลใหม่ที่จะเปลี่ยนนโยบาย ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่า ภาคอุตสาหกรรมเองก็ส่งสัญญาณปะปนกันไป โดยคำสั่งซื้อใหม่ลดลง 0.3% สู่ระดับ 656.5 พันล้านดอลลาร์เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ความสองแนวโน้มนี้ทำให้ดอลลาร์ขาดแรงหนุน และคู่เงิน EUR/USD จึงเริ่มเคลื่อนตัวในทิศทางขาขึ้น
วันนี้ยูโรเข้าสู่ช่วงครึ่งวันแรกโดยจับตาชุดข้อมูลเศรษฐกิจยุโรปที่แน่นขนัด รวมถึงดัชนีกิจกรรมธุรกิจภาคบริการ ดัชนี PMI รวม และรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตของยูโรโซน ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจถือเป็นดัชนีชี้นำ เพราะเป็นหนึ่งในตัวแรก ๆ ที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ และตลาดจะตอบสนองต่อความต่างระหว่างตัวเลขจริงกับตัวเลขคาดการณ์เป็นหลัก ดัชนีราคาผู้ผลิตจะช่วยให้เห็นภาพเงินเฟ้อ ว่าต้นทุนในระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นรุนแรงเพียงใด
ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีนัยสำคัญโดยตรงต่อค่าเงินยูโร หากตัวเลขกิจกรรมธุรกิจออกมาดีอย่างมั่นคงและดัชนีราคาผู้ผลิตปรับสูงขึ้น จะช่วยหนุนความคาดหวังต่อท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้นของ European Central Bank และช่วยพยุงยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในทางกลับกัน หากตัวเลขออกมาน่าผิดหวัง คู่เงิน EUR/USD ก็จะขาดเหตุผลเพียงพอที่จะปรับขึ้นต่อ และแรงขับเคลื่อนจะกลับไปอยู่ที่กระแสความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์ชั่วคราว ก่อนที่รายงานจะถูกเปิดเผย ยูโรมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง รอการยืนยันถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักกับการใช้ Scenario #1 และ #2 เป็นหลัก
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ผมวางแผนจะซื้อยูโรเมื่อราคาขึ้นมาถึงโซน 1.1542 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าการปรับขึ้นไปที่ 1.1565 ที่ระดับ 1.1565 ผมตั้งใจจะปิดสถานะออกจากตลาดและเปิดขายยูโรในทิศทางตรงข้าม โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 pips จากจุดเข้า แรงขึ้นของยูโรวันนี้จะคาดหวังได้ก็ต่อเมื่อมีตัวเลขออกมาดีเท่านั้น สำคัญ! ก่อนเปิด Buy ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มหันขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมวางแผนจะซื้อยูโรวันนี้เช่นกันในกรณีที่มีการทดสอบระดับ 1.1530 สองครั้งติดต่อกัน โดยที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซน oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะลงต่อและเอื้อให้เกิดการกลับทิศขึ้นของตลาด โดยสามารถคาดหวังการขึ้นไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1542 และ 1.1565
สถานการณ์สำหรับการเปิด Sellสถานการณ์ที่ 1: ผมวางแผนจะขายยูโรหลังจากที่ราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1530 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1509 ซึ่งที่ระดับนี้ผมวางแผนจะปิดสถานะออกจากตลาดและเปิด Buy ทันทีในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหว 20–25 pips ในทิศทางขึ้นจากระดับนี้) แรงกดดันต่อคู่สกุลเงินจะกลับมาในวันนี้หากตัวเลขออกมาแย่ สำคัญ! ก่อนเปิด Sell ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มหันลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมวางแผนจะขายยูโรวันนี้เช่นกันในกรณีที่มีการทดสอบระดับ 1.1542 สองครั้งติดต่อกัน โดยมีอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซน overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของราคาคู่นี้และส่งผลให้ตลาดกลับทิศลง โดยสามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1530 และ 1.1509
สำคัญ: เทรดเดอร์ forex มือใหม่จำเป็นต้องตัดสินใจจุดเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรด เพราะมักมีความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออกเสมอ ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop orders) ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุน หากไม่ตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน คุณอาจเสียเงินทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่บริหารจัดการเงิน (money management) และใช้ขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไปในการเทรด
และอย่าลืมว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนตามที่อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสถานการณ์ตลาดเฉพาะหน้า ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับการเทรดระหว่างวัน (intraday)