การทดสอบระดับ 1.1545 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวลงต่ำกว่าระดับศูนย์มาพอสมควรแล้ว ทำให้แรงส่งขาลงของคู่เงินเริ่มจำกัด การทดสอบระดับ 1.1545 ครั้งที่สองได้กระตุ้นให้เกิด Buy Scenario หมายเลข 2 แต่ยูโรก็ยังไม่สามารถสะสมโมเมนตัมขาขึ้นได้
ชุดข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาผสมกันของยูโรโซนกดดันค่าเงินยูโรและทำให้ราคาย่อตัวลง แม้รายงานเศรษฐกิจของเยอรมนีจะดูแข็งแกร่งก็ตาม คำสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 3.1% แบบเดือนต่อเดือนในเดือนมิถุนายน แต่การเพิ่มขึ้นดังกล่าวมาจากสัญญาขนาดใหญ่แบบครั้งเดียวทั้งหมด ปัจจัยชี้ขาดต่อทิศทางของยูโรอยู่ที่รายงานยอดค้าปลีกยูโรโซน ซึ่งเป็นตัวกำหนดแนวโน้มขาลงของสกุลเงิน รายงานระบุว่ายอดค้าปลีกลดลง 0.3% ในเดือนมิถุนายน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพฤษภาคม และการปรับตัวลงกระจายตัวในประเทศสมาชิกหลายแห่ง เนื่องจากยอดค้าปลีกเป็นตัวชี้วัดสำคัญของอุปสงค์ภาคครัวเรือน รายงานที่อ่อนแอจึงยิ่งตอกย้ำความกังวลเรื่องความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจยูโรโซน และเพิ่มแรงกดดันต่อคู่เงิน EUR/USD
คาดว่าค่าเงินยูโรจะเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างสงบในช่วงครึ่งหลังของวัน เนื่องจากสหรัฐมีตัวเลขเศรษฐกิจตามกำหนดการเพียงรายการเดียว คือรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (Initial Jobless Claims) ซึ่งถือเป็นดัชนีนำที่สำคัญของภาวะตลาดแรงงาน เพราะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้านการเลิกจ้างได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ไม่มีรายงานเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ มักไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงในตลาด ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าข้อมูลจะออกมาใกล้เคียงกับประมาณการ จึงมีโอกาสน้อยที่จะเกิดเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ ดอลลาร์สหรัฐจึงน่าจะยังคงรักษาโมเมนตัมขาขึ้นไว้ได้ ซึ่งอาจกลับมากดดันคู่เงิน EUR/USD อีกครั้ง
สำหรับกลยุทธ์เทรดระหว่างวันของผม ผมจะให้ความสำคัญกับ Scenario หมายเลข 1 และ Scenario หมายเลข 2 เป็นหลัก
กรณีที่ 1: พิจารณาซื้อยูโรหากราคาขึ้นไปถึง 1.1536 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1552 ผมมีแผนจะปิดสถานะซื้อที่ระดับ 1.1552 และพิจารณาเปิดสถานะขายในเวลาเดียวกัน โดยคาดหวังการย่อตัวลงจากจุดเข้า 30–35 จุด วันนี้สามารถคาดหวังการแข็งค่าของยูโรได้ หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแย่กว่าที่คาด
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มขยับตัวขึ้น
กรณีที่ 2: ผมยังมีแผนจะซื้อยูโรหากระดับ 1.1536 ถูกทดสอบ 2 ครั้งติดต่อกัน ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตขายมากเกินไป (oversold) สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะลงต่อ และเป็นสัญญาณการกลับตัวขึ้นของแนวโน้ม ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปที่ 1.1552 และ 1.1581
สัญญาณขายกรณีที่ 1: ผมมีแผนจะขายยูโรหลังจากราคาขึ้นไปถึง 1.1536 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายขาลงที่ 1.1513 ซึ่งผมตั้งใจจะปิดสถานะขายและพิจารณาเปิดสถานะซื้อทันที โดยคาดหวังการดีดกลับขึ้น 20–25 จุด แรงกดดันต่อคู่เงินมีแนวโน้มจะกลับมา หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าที่คาด
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะขาย ให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มขยับตัวลง
กรณีที่ 2: ผมยังมีแผนจะขายยูโรหากระดับ 1.1552 ถูกทดสอบ 2 ครั้งติดต่อกัน ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (overbought) สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะขึ้นต่อ และเป็นสัญญาณการกลับตัวลงของแนวโน้ม จากนั้นสามารถคาดหวังการปรับตัวลงสู่ระดับ 1.1536 และ 1.1513 ได้
เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการตัดสินใจเทรด โดยทั่วไปมักแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแกว่งตัวของราคาที่รุนแรง หากคุณเลือกที่จะเทรดในช่วงที่มีข่าว ควรใช้คำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น การเทรดโดยไม่ใช้ stop-loss อาจทำให้ขาดทุนอย่างหนักได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อเทรดด้วยขนาดสัญญา (position size) ที่ใหญ่ โดยไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
ท้ายที่สุด โปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น ตัวอย่างที่อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอ้างอิงแค่สภาวะตลาดปัจจุบันเพียงอย่างเดียว มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday)