USD/JPY: ข้อแนะนำการเทรดสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ – 13 สิงหาคม (ช่วงตลาดสหรัฐฯ)

การทบทวนคำแนะนำด้านการซื้อขายและดีลเทรดสกุลเงินเยนญี่ปุ่น

ด้วยความผันผวนของตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ ราคาไม่ได้เคลื่อนไหวไปถึงระดับที่ฉันระบุไว้

ในช่วงครึ่งหลังของวัน ตลาดกำลังรอชุดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index) ตัวเลขแกนกลางที่ไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ รวมถึงถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC คือ Beth Hammack และ Thomas Barkin สำหรับเงินเยน การแข็งค่าของดอลลาร์ถือเป็นความเสี่ยงต่อการอ่อนค่าต่อเนื่องของเยน เนื่องจากยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างท่าทีเข้มงวดของ Fed กับจุดยืนที่ระมัดระวังกว่ามากของ Bank of Japan กว้างขึ้น ความแตกต่างดังกล่าวถ่วงค่าเงินญี่ปุ่นในช่วงหลังมานี้ และรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตที่ออกมาแข็งแกร่งอาจดันคู่เงิน USD/JPY สูงขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโทนการกล่าวสุนทรพจน์ของ Hammack มีลักษณะเข้มงวด ก็อาจช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์เพิ่มเติม ในทางกลับกัน หากข้อมูลออกมาอ่อนแอ ก็จะเปิดโอกาสให้เงินเยนฟื้นตัวกลับมาบางส่วนจากที่อ่อนค่าลงไป

สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ฉันจะเน้นการใช้แผนการใน Scenario #1 และ Scenario #2 มากขึ้น

สัญญาณซื้อ (Buy Signal)

สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อ (Buy) ในคู่เงิน USD/JPY เมื่อราคาลงมาถึงจุดเข้าซื้อบริเวณ 159.46 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 159.76 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) เมื่อราคาไปถึงบริเวณ 159.76 ฉันจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขาย (Sell) สวนทางทันที โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวลงมาประมาณ 30–35 จุดจากระดับดังกล่าว คาดว่าคู่เงินนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ในวันนี้ แต่มีศักยภาพขาขึ้นที่ค่อนข้างจำกัด สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันขึ้นจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อ (Buy) ในคู่เงิน USD/JPY เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 159.28 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซน oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดแรงกดดันขาลงของคู่เงินและเอื้อต่อการกลับตัวขึ้น คาดว่าราคาจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับตรงข้ามที่ 159.46 และ 159.76 ได้

สัญญาณขาย (Sell Signal)

สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขาย (Sell) ในคู่เงิน USD/JPY หลังจากราคาทะลุระดับ 159.28 ลงมาได้ (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งน่าจะนำไปสู่การปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 159.00 ซึ่งฉันจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อ (Long) สวนทางทันที โดยคาดหวังการดีดตัวขึ้นประมาณ 20–25 จุดจากระดับดังกล่าว แรงกดดันขาลงของคู่เงินอาจกลับมาอีกครั้งหากธนาคารกลางเข้ามาแทรกแซง สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันลงจากบริเวณนั้น

สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขาย (Sell) ในคู่เงิน USD/JPY เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 159.46 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซน overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดศักยภาพการปรับตัวขึ้นของคู่เงินและเอื้อต่อการกลับตัวลง คาดว่าราคาจะปรับตัวลงไปยังระดับตรงข้ามที่ 159.28 และ 159.00 ได้

สิ่งที่แสดงบนกราฟเส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาที่ใช้เป็นจุดเข้าเปิดสถานะซื้อของเครื่องมือเทรด;เส้นสีเขียวเส้นหนา – ราคาประมาณการที่สามารถตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวสูงกว่าระดับนี้มากนัก;เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาที่ใช้เป็นจุดเข้าเปิดสถานะขายของเครื่องมือเทรด;เส้นสีแดงเส้นหนา – ราคาประมาณการที่สามารถตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวต่ำกว่าระดับนี้มากนัก;อินดิเคเตอร์ MACD – ขณะเข้าเทรดในตลาด จำเป็นต้องคำนึงถึงโซน overbought และ oversold ด้วย

สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ควรใช้ความระมัดระวังอย่างมากเมื่อจะตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อไม่ให้ติดอยู่ในช่วงที่ราคาผันผวนรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง Stop Order ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงการขาดทุน หากไม่มีคำสั่ง Stop คุณอาจสูญเสียเงินในบัญชีเทรดทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่บริหารจัดการเงินทุนอย่างเหมาะสมและใช้ขนาดสัญญา (Volume) ที่ใหญ่เกินไป

และอย่าลืมว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างด้านบน การตัดสินใจเข้าออกตลาดแบบฉับพลันตามสภาวะตลาด ณ ขณะนั้น โดยไม่มีแผนที่ชัดเจน เป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรในวันเดียว (Intraday Trader)