Bitcoin ยังคงอยู่ในช่วงการปรับฐาน (correction) และกำลังค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงไปหา FVG ฝั่งขาลงเพียงชุดเดียวบนกราฟรายวันอย่างชัดเจน ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาเคลื่อนตัวออกห่างจากแพทเทิร์นนี้เป็นหลัก และตอนนี้ Bitcoin กำลังส่งสัญญาณว่ากำลังเตรียมตัวสำหรับการร่วงลงรอบใหม่ ทั้งนี้ควรจำไว้ว่าการปรับฐานสามารถสิ้นสุดลงได้ทุกเมื่อ ไม่จำเป็นต้องจบลงภายในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งโดยเฉพาะ ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าเทรนด์ขาลงที่เริ่มต้นตั้งแต่ปีที่แล้วกำลังจะจบลง ปัจจัยพื้นฐานสำหรับตลาดคริปโตยังคงเป็นลบ: Federal Reserve ไม่มีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ยนโยบายในปี 2026 เม็ดเงินทุนยังคงไหลเข้าสู่กลุ่ม AI ความต้องการซื้อ Bitcoin แบบสปอตยังอ่อนแอ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังผันผวน นักขุดจำนวนมากเริ่มนำเครื่องขุดไปใช้งานด้าน AI และบางกลยุทธ์ยังคงขาย Bitcoin ในคลังอย่างต่อเนื่อง เราจึงไม่เห็นเหตุผลรองรับการปรับขึ้นแรงของ “ทองคำดิจิทัล” ในระยะนี้
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าจะต้องใช้เวลากว่า 100 ปีในการขุด Bitcoin ที่เหลืออีก 1 ล้านเหรียญ หลายเทรดเดอร์และผู้เชี่ยวชาญมักเชื่อมโยง “halving” ที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับการเติบโตของ “ทองคำดิจิทัล” โดยมองว่าการลดรางวัลของนักขุดทุก ๆ 4 ปีเป็นปัจจัยหนุนราคา แต่ในมุมมองของเรา กลับตรงกันข้าม การลดรางวัลจากการขุดลงเรื่อย ๆ โดยที่มูลค่า Bitcoin ไม่ปรับเพิ่มขึ้นตาม ทำให้การขุดกลายเป็นกิจกรรมที่ไม่คุ้มทุน ปัจจัย “halving” เพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นเหตุผลรองรับว่าราคาควรจะต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุก ๆ 4 ปีอย่างเลี่ยงไม่ได้
กล่าวอย่างง่าย ๆ Bitcoin ไม่มีข้อผูกมัดใด ๆ ว่าราคาจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่าในแต่ละรอบเพียงเพราะมี “halving” ราคาเพิ่มขึ้นได้ก็ต่อเมื่อความต้องการ (demand) สูงกว่าซัพพลายอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น ขณะที่ “halving” เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และลดรายได้ของนักขุดทุก ๆ 4 ปี ดังนั้น ในกรณีที่ราคาไม่ได้เติบโตต่อเนื่อง ความสนใจในการขุด Bitcoin ใหม่ ๆ ก็จะลดลง และส่งผลให้ความสนใจของนักลงทุนต่อ “ทองคำดิจิทัล” ลดลงตามไปด้วย ด้วยเหตุนี้ เราจึงมองว่าในระยะยาว Bitcoin มีโอกาสน้อยที่จะเดินหน้าสู่ระดับ 1 ล้านดอลลาร์ แต่มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบราคาที่ยาวนานโดยไม่สร้าง ATH ใหม่
บนกราฟรายวัน Bitcoin ยังอยู่ในโครงสร้างแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่อง โครงสร้างเทรนด์เป็นขาลง โดยมีเส้น CHOCH อยู่ที่ระดับ 82,800 ดอลลาร์ และมีการสร้าง LL (Lower Low) ลูกใหม่ขึ้นมาแล้ว การจะพิจารณว่าเทรนด์ขาลงสิ้นสุดลงได้ ต้องเห็นการยืนเหนือระดับนี้ไปก่อน ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้การกลับตัวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เราจึงมองว่าราคามีแนวโน้มกลับมาลดลงต่อหลังจากจบการปรับฐานรอบปัจจุบัน บนกราฟรายวัน มีการก่อตัวของ FVG ฝั่งขาลงในกรอบราคา 68,000 – 70,700 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้บริเวณนี้เป็น POI สำหรับฝั่งขายเพียงแห่งเดียวในตอนนี้ นอกจากนี้ รอบ ๆ แพทเทิร์นดังกล่าวยังมี “pool ของสภาพคล่อง” (liquidity pool) จากยอดสูง (high) สองจุดที่ใกล้เคียงกันอยู่ การเข้าทดสอบ FVG อาจเกิดขึ้นพร้อมกับการดึงสภาพคล่องออกจากบริเวณดังกล่าว ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับสัญญาณขาย
บนกราฟ 4 ชั่วโมง Bitcoin ยังคงสร้างแนวโน้มขาขึ้นแบบปรับฐาน (rising corrective trend) เส้น CHOCH ที่ทำหน้าที่ค้ำยันแนวโน้มขาขึ้นนี้ยังไม่ถูกทำลาย และอยู่บริเวณ 62,500 ดอลลาร์ การยืนราคาต่ำกว่าระดับนี้และมีการสะสมตัว (consolidation) ใต้ลงไป จะเป็นสัญญาณว่าคลื่นปรับฐานขาขึ้นรอบล่าสุดสิ้นสุดลงแล้ว ขณะนี้สภาพคล่องเหนือเส้นเทรนด์ไลน์ถูกเก็บไปแล้ว จึงทำให้การปรับตัวลงในช่วงนี้เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการก่อตัวของ FVG ฝั่งขาลงถึงสามจุด ราคาได้มีปฏิกิริยากับสองจุดแรก และตอนนี้อยู่ใกล้กับเส้น CHOCH สำหรับ FVG จุดสุดท้าย ราคายังแทบไม่ตอบสนอง ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ Bitcoin อาจดีดตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงต้นสัปดาห์ใหม่
คำแนะนำในการเทรด BTC/USD:Bitcoin ยังคงสร้างโครงสร้างเทรนด์ขาลงเต็มรูปแบบ เราจึงยังคงคาดการณ์การปรับตัวลดลงต่อ โดยมีเป้าหมายที่ระดับ 57,500 ดอลลาร์ (ระดับ Fibonacci 61.8% ของแนวโน้มขาขึ้นในรอบสามปีที่ผ่านมา) แม้ระดับดังกล่าวจะถูกทดสอบมาเกือบครบถ้วนแล้วก็ตาม อย่างไรก็ตาม เรายังไม่เชื่อว่าเทรนด์ขาลงจะจบเพียงแค่นี้ แพทเทิร์น FVG ฝั่งขาลงล่าสุดบนกราฟรายวันก่อตัวในโซนราคา 68,000 – 70,700 ดอลลาร์ ดังนั้นโซนนี้จึงเป็น POI สำหรับการมองหาจังหวะเปิดสถานะขายในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า บนกราฟ 4 ชั่วโมง Bitcoin มีแนวโน้มโน้มเอียงกลับมาลดลงอีกครั้ง แต่การเคลื่อนไหวน่าจะยังคง “แกว่งตัว” และไม่เป็นเทรนด์ที่ชัดเจน เทรดเดอร์สามารถพิจารณาเปิดสถานะตามแพทเทิร์นย่อยในระยะสั้น แต่เราไม่คาดหวังการเคลื่อนไหวที่รุนแรงมากนักในช่วงนี้
คำอธิบายสัญลักษณ์ในภาพประกอบ:CHOCH – การเบรกโครงสร้างแนวโน้ม (Change of Character).
Liquidity – สภาพคล่อง รวมถึงจุดวาง stop-loss และคำสั่งรอซื้อขาย (pending orders) ที่ market maker ใช้ในการสร้างและจัดการสถานะของตนเอง
FVG – พื้นที่ที่มี “price inefficiency” ราคาจะเคลื่อนที่ผ่านบริเวณนี้เร็วมาก ซึ่งบ่งชี้ถึงการขาดหายไปเกือบสิ้นเชิงของฝั่งใดฝั่งหนึ่งในตลาด ภายหลังราคามักกลับมาแตะและตอบสนองต่อบริเวณดังกล่าว เพื่อดำเนินต่อไปตามแนวโน้มหลัก
IFVG – พื้นที่ที่มี “price inefficiency” แบบกลับด้าน หลังจากที่ราคากลับมาแตะบริเวณนี้แล้ว มักจะไม่เกิดปฏิกิริยาในลักษณะกลับตัว แต่จะทะลุผ่านไปแบบมีแรงส่ง (impulsive) และกลับมาทดสอบจากอีกด้านหนึ่งแทน
OB – Order block แท่งเทียนที่ market maker เปิดสถานะเพื่อเก็บรวบรวมสภาพคล่อง ก่อนจะใช้เป็นฐานในการเปิดสถานะในทิศทางตรงข้าม