ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดย S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.43%, Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.43% และ Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 0.98%
ดัชนีหุ้นทั่วโลกเปิดสัปดาห์สำคัญของตลาดในท่าทีเชิงลบ ขณะที่ความคาดหวังต่อ AI ถูกกดดันก่อนการประกาศผลประกอบการของบรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่และการประชุมประจำปีของ Fed ดัชนี MSCI Asia‑Pacific ร่วงลงมากกว่า 1% โดยภาคเทคโนโลยีนำการปรับตัวลง สัญญาฟิวเจอร์สดัชนี Nasdaq 100 ลดลงราว 0.5% อย่างไรก็ดี พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแข็งค่าขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันลดลง 1.3% มาที่ราว 93.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยฉุดให้บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ลดลง 2 จุดเบสิส มาที่ 4.71%
หุ้น Samsung Electronics ดิ่งลง 8.8% ที่ตลาดโซล หลังนักลงทุนตอบรับในเชิงลบต่อแผนคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นสูงสุด 110 ล้านล้านวอน (ประมาณ 80 พันล้านดอลลาร์) ขณะที่หุ้น Alibaba ร่วง 8.9% ที่ฮ่องกง หลังประกาศแผนระดมทุน 80 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงผ่านการออกหุ้นเพิ่มทุน และหุ้น SoftBank ลดลง 4.7% จากข่าวการออกหุ้นกู้แก่รายย่อยในวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1 ล้านล้านเยน
ดังที่กล่าวไปข้างต้น ตลาดกำลังกลั้นลมหายใจรอผลของสองเหตุการณ์สำคัญซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางไปอีกหลายเดือน ได้แก่ รายงานผลประกอบการของ Nvidia ในวันพุธ และการเข้าร่วมประชุม Jackson Hole ครั้งแรกของ Kevin Warsh ในฐานะประธาน Fed ในวันศุกร์ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่กล้าเปิดสถานะขนาดใหญ่ก่อนที่บริษัทมูลค่ามากที่สุดในโลกจะประกาศผลประกอบการ และก่อนที่ประธาน Fed คนใหม่จะส่งสัญญาณให้ชัดเจนว่าอะไรเป็นความกังวลหลักระหว่างเงินเฟ้อกับตลาดพันธบัตร
Nvidia เองยิ่งเพิ่มความกังวล หลังแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการปรับขึ้นราคา กระพือความหวั่นใจเกี่ยวกับความยั่งยืนของกระแสการใช้จ่ายด้าน AI
ในอีกด้านหนึ่ง ดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลง หลังการเจรจาการค้ากับสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วล้มเหลว จนทำให้วอชิงตันประกาศเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 50% กับสินค้าแคนาดามูล่าประมาณ 20 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่นายกรัฐมนตรี Mark Carney ให้คำมั่นว่าจะตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีในขนาดใกล้เคียงกัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ทองคำเดินหน้าปรับขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ซื้อขายใกล้ระดับ 4,640 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังการแทรกแซงผ่านโครงการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐ ปลุกความกังวลเรื่องความอ่อนแอของดอลลาร์ และผลักดันให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ทางเลือกมากขึ้น
จากการวิเคราะห์ทางเทคนิคของดัชนี S&P500 ภารกิจเร่งด่วนของฝั่งซื้อในวันนี้คือการฝ่าระดับแนวต้านที่ 7,679 ให้ได้ ซึ่งจะเป็นสัญญาณของความแข็งแกร่งและเปิดทางให้ดัชนีขึ้นสู่โซน 7,698 การควบคุมระดับ 7,718 ได้อย่างมั่นคงจะยิ่งช่วยตอกย้ำสถานะของฝั่งกระทิงให้แข็งแกร่งมากขึ้น
ในทางกลับกัน หากกระแสการยอมรับความเสี่ยงเริ่มอ่อนแรง ฝั่งซื้อจำเป็นต้องปกป้องแนวรับที่ 7,656 การหลุดระดับนี้ลงไปอาจกดดันให้ดัชนีอ่อนตัวกลับไปที่ 7,633 อย่างรวดเร็ว และเปิดทางให้ปรับตัวลงต่อสู่บริเวณ 7,607