วิธีเทรดคู่สกุลเงิน EUR/USD ในวันที่ 4 กันยายน? เคล็ดลับง่าย ๆ และรีวิวการเทรดสำหรับผู้เริ่มต้น

รีวิวการเทรดวันพฤหัสบดี:กราฟ 1 ชั่วโมงของคู่สกุลเงิน EUR/USD

คู่สกุลเงิน EUR/USD ดีดตัวขึ้นจากระดับ 1.1584 ในวันพฤหัสบดี หลังจากการปรับฐานต่อเนื่องมาสองสัปดาห์ และขณะนี้กำลังพยายามกลับมาดำเนินแนวโน้มขาขึ้นต่อไป หากวิเคราะห์ตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคทั้งหมดที่ออกมาในสัปดาห์นี้แล้วลองเทียบกับการเคลื่อนไหวของคู่เงิน จะพบว่าแทบไม่เห็นความเชื่อมโยงกันเลย ในวันจันทร์ อังคาร และพุธ ปัจจัยพื้นฐานด้านมหภาคควรจะสนับสนุนให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และในวันพฤหัสบดีควรจะอ่อนค่า แต่ในความเป็นจริง กลับเกิดการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

ตัวอย่างเช่น เมื่อวานนี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจภาคบริการ ISM ซึ่งออกมาค่อนข้างดีและมีความสำคัญ และถือเป็นรายงานจากต่างประเทศฉบับแรกในสัปดาห์นี้ที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ตลอดทั้งวันค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับอ่อนค่าลง ดังนั้นข้อสรุปจึงค่อนข้างชัดเจน: ขณะนี้ตลาดไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวที่ไม่ได้อยู่ในระดับ “สำคัญอย่างยิ่ง” วันนี้ตัวเลขการว่างงานและ Nonfarm Payrolls จะถูกประกาศออกมา และตลาดน่าจะตอบสนองต่อรายงานที่มีความสำคัญในระดับนั้น

กราฟ 5 นาทีของคู่เงิน EUR/USD

ในกราฟ TF 5 นาทีของวันพฤหัสบดี มีสัญญาณซื้อเกิดขึ้นหนึ่งครั้ง ช่วงเริ่มต้นเซสชั่นยุโรป ราคาเด้งกลับจากโซน 1.1584–1.1594 เปิดโอกาสให้เทรดเดอร์เปิดสถานะซื้อได้ ตลอดทั้งวันคู่เงินขยับขึ้นอย่างเดียว ทำให้ดีลนี้สามารถทำกำไรได้ราว 25–30 pips

แนวทางเทรดวันศุกร์:

บนกราฟรายชั่วโมง คู่เงิน EUR/USD ยังอยู่ในช่วงปรับฐานหลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมาราวหนึ่งเดือน เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งหมดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เรามองว่า EUR ควรมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อไปอย่างมั่นคงได้ แม้ไม่มีปัจจัยหนุนระยะสั้น ขณะที่ USD แทบไม่มีปัจจัยขับเคลื่อนฝั่งแข็งค่า นอกจากความเชื่อแทบจะในเชิงศรัทธาของตลาดว่า Federal Reserve จะขึ้นดอกเบี้ย

ในวันศุกร์ เทรดเดอร์มือใหม่อาจพิจารณาเปิดสถานะขาย โดยตั้งเป้าไปที่โซน 1.1584–1.1594 หากราคาดีดตัวลงจากโซน 1.1655–1.1665 ส่วนสถานะซื้อสามารถเปิดได้หากคู่เงินยืนเหนือโซน 1.1655–1.1665 ได้ โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่โซน 1.1745–1.1754

บนกราฟ TF 5 นาที ให้พิจารณาระดับราคา 1.1366–1.1377, 1.1461–1.1474, 1.1527–1.1531, 1.1584–1.1594, 1.1655–1.1665, 1.1745–1.1754, 1.1830–1.1837 ในวันศุกร์ ฝั่ง EU จะรายงานยอดค้าปลีก ขณะที่สหรัฐฯ จะประกาศตัวเลขสำคัญอย่าง Nonfarm Payrolls และอัตราการว่างงาน ดังนั้น วันนี้ความผันผวนอาจอยู่ในระดับสูง

กฎสำคัญของระบบเทรด:ความแข็งแกร่งของสัญญาณขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในการก่อตัวของสัญญาณ (การเด้งกลับหรือการเบรก) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งมีน้ำหนักมากหากมีดีลเปิดจากระดับใดระดับหนึ่งแล้ว 2 ดีลหรือมากกว่านั้น และกลายเป็นสัญญาณหลอก สัญญาณถัดไปทั้งหมดจากระดับนั้นควรถูกละเว้นในช่วง Sideway (Flat) ทุกคู่เงินสามารถสร้างสัญญาณหลอกได้จำนวนมาก หรืออาจไม่มีสัญญาณเลย ระดับทางเทคนิคอาจไม่สามารถนำมาใช้ได้บนกราฟรายชั่วโมง ควรใช้สัญญาณจากอินดิเคเตอร์ MACD เท่านั้นเมื่อมีความผันผวนสูง และมีเส้นเทรนด์หรือช่องเทรนด์ยืนยันทิศทางแนวโน้มหากมีสองระดับราคาอยู่ใกล้กันเกินไป (ห่างกันเพียง 5–20 pips) ควรถือว่าเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกันเมื่อราคาขยับไปในทิศทางที่ถูกต้องแล้ว 15 pips ควรขยับจุด stop-loss มาที่จุดคุ้มทุน (Break Even)สิ่งที่ควรสังเกตบนกราฟ:

ระดับราคา (โซน) แนวรับและแนวต้าน คือระดับที่ใช้เป็นเป้าหมายเมื่อเปิดดีลซื้อหรือขาย หรือใช้เป็นแหล่งกำเนิดสัญญาณเทรด

เส้นสีแดงแสดงถึงช่องแนวโน้ม (Channel) หรือเส้นแนวโน้ม (Trend Line) ที่บ่งบอกแนวโน้มปัจจุบัน และชี้ให้เห็นทิศทางการเทรดที่ควรให้ความสำคัญในขณะนั้น

อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) — ทั้งฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ — เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณได้เช่นกัน

คำแถลงการณ์และรายงานสำคัญ (ที่ระบุไว้ในปฏิทินข่าว) สามารถส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคู่สกุลเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นในช่วงที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังสูงสุด หรือออกจากตลาดชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวกะทันหันสวนทางกับทิศทางก่อนหน้า

เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรตระหนักว่าไม่ใช่ทุกดีลที่จะทำกำไรได้ การมีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน และการฝึกวินัยด้านการบริหารเงิน ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จระยะยาวในการเทรด