รีวิวการเทรดและคำแนะนำในการเทรดสกุลเงินยุโรป
การทดสอบระดับราคา 1.1618 เกิดขึ้นในช่วงที่ตัวชี้วัด MACD ได้ขยับขึ้นมาเหนือเส้นศูนย์ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งจำกัดศักยภาพขาขึ้นของคู่เงินนี้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่ได้เปิดสถานะซื้อยูโร การทดสอบระดับ 1.1618 ครั้งที่สองนำไปสู่การใช้งานแผนการขายหมายเลข 2 ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวลงมาประมาณ 25 จุด
จากข้อมูลของ IHS Markit ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของยูโรโซนอยู่ที่ 51.9 จุดในเดือนกุมภาพันธ์ ผลลัพธ์นี้สะท้อนถึงโมเมนตัมเชิงบวกในภาคส่วนดังกล่าว ซึ่งถือเป็นภาคส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจของภูมิภาค ตัวเลขในเดือนกุมภาพันธ์ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 50.9 จุด แนวโน้มเชิงบวกนี้ช่วยให้ค่าเงินยูโรฟื้นตัวบางส่วนหลังจากการร่วงลงอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้
ต่อจากนี้ นักลงทุนจะจับตาข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนเดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐจากรายงาน ADP อย่างใกล้ชิด สถิติดังกล่าวเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของตลาดแรงงานสหรัฐ และมักจะออกมาก่อนรายงานอัตราการว่างงานชุดใหญ่ หากการเติบโตของการจ้างงานออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ก็อาจหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าและกดดันแนวโน้มขาขึ้นระหว่างวันของยูโร นอกจากนี้ยังรอการประกาศตัวเลข ISM Services PMI ซึ่งหากออกมาดีและสะท้อนถึงการขยายตัว ก็จะยิ่งสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจอเมริกันท่ามกลางความไม่แน่นอนในระดับโลก
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการใช้แผนการเทรดหมายเลข 1 และหมายเลข 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้สามารถซื้อยูโรได้เมื่อราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1629 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1692 ที่ระดับ 1.1692 ผมมีแผนจะออกจากตลาด และพิจารณาขายยูโรในทิศทางตรงข้าม โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 จุดจากจุดเปิดสถานะ สามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของยูโรในวันนี้ได้ หากตัวเลขสถิติจากสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอ สำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันตัวขึ้นจากเส้นดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะซื้อยูโร หากมีการทดสอบระดับ 1.1595 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงินนี้ และนำไปสู่การกลับตัวขึ้นของตลาด จากนั้นจึงสามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1629 และ 1.1692 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขายยูโรหลังจากที่ราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1595 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1540 ซึ่งที่ระดับ 1.1540 ผมตั้งใจจะออกจากตลาดและเข้าซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที (ตั้งเป้าการเคลื่อนไหวราว 20–25 จุดจากระดับนั้น) แรงกดดันต่อคู่เงินจะกลับมาอีกครั้งในกรณีที่ตัวเลขข้อมูลออกมาแข็งแกร่ง สำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันตัวลงจากเส้นดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขายยูโร หากมีการทดสอบระดับ 1.1629 ต่อเนื่องกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของคู่เงินนี้ และนำไปสู่การกลับตัวลงของตลาด จากนั้นจึงสามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1595 และ 1.1540 ได้

คำอธิบายกราฟ
- เส้นสีเขียวบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะซื้อของตราสารเทรด
- เส้นสีเขียวหนา – ระดับราคาเป้าหมายสำหรับการตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อเหนือระดับนี้
- เส้นสีแดงบาง – ราคาที่ใช้เปิดสถานะขายของตราสารเทรด
- เส้นสีแดงหนา – ระดับราคาเป้าหมายสำหรับการตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อใต้ระดับนี้
- อินดิเคเตอร์ MACD – ขณะเปิดสถานะในตลาด ควรพิจารณาโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold) ร่วมด้วย
สำคัญ
เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรตัดสินใจเปิดสถานะในตลาดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนการประกาศตัวเลขปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดช่วงข่าวออก ควรตั้งคำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดขนาดของการขาดทุน หากไม่มีคำสั่ง stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ใช้การบริหารเงิน (money management) ที่ถูกต้องและเปิดออเดอร์ด้วยขนาดสัญญาที่สูงเกินไป
และอย่าลืมว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนที่อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากสภาพตลาดในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว เป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนโดยธรรมชาติสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday trader)
