การวิเคราะห์และคำแนะนำการเทรดสำหรับเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบราคาที่ระดับ 159.07 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวลงต่ำกว่าเส้นศูนย์ไปมากแล้ว ซึ่งจำกัดศักยภาพการลงต่อของคู่สกุลเงินนี้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่ได้เปิดสถานะขายดอลลาร์ ส่วนสถานะ Long จากจังหวะรีบาวด์ที่ 158.76 ทำให้สามารถทำกำไรจากตลาดได้ประมาณ 30 pips
ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่เริ่มลดลง ความต้องการถือครองดอลลาร์สหรัฐก็อ่อนตัวลงไปด้วย เปิดโอกาสให้เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น ข้อมูลเศรษฐกิจเชิงบวกจากญี่ปุ่นกระตุ้นให้เกิดการเข้าซื้อเงินเยนรอบใหม่ แม้ว่าความต้องการรถยนต์ในจีนจะอ่อนตัวลงอีกครั้ง แต่ภาษีนำเข้ารถยนต์ไปยังสหรัฐฯ รอบใหม่ของ Trump ช่วยให้ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้น ตามข้อมูลจากกระทรวงการคลัง มูลค่าการส่งออกโดยรวมในเดือนกุมภาพันธ์เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่พุ่งแรงในเดือนก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวออกมาดีกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่การเพิ่มขึ้น 1.9% ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 10.2% ต่ำกว่าที่คาดเล็กน้อย และดุลการค้าแบบไม่ปรับฤดูกาลอยู่ในสถานะเกินดุลที่ £57.3 พันล้าน
ชัดเจนว่าทิศทางในอนาคตของคู่สกุลเงิน USD/JPY จะถูกกำหนดโดยข้อมูลเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคที่รุนแรงของเครื่องมือเทรดนี้ในช่วงครึ่งวันแรก
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการนำ Scenario #1 และ #2 มาใช้มากกว่า

สถานการณ์ฝั่งซื้อ (Buy Scenarios)
- สถานการณ์ที่ 1: วางแผนจะเปิดสถานะซื้อ (Buy) ในคู่เงิน USD/JPY วันนี้ที่จุดเข้าแถว ๆ ระดับ 158.84 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายการปรับขึ้นไปที่ระดับ 159.10 (เส้นสีเขียวที่หนากว่าบนกราฟ) ที่ระดับ 159.10 วางแผนจะปิดสถานะซื้อ และเปิดสถานะขาย (Short) ในทิศทางตรงข้าม (คาดการณ์การย่อตัวกลับจากระดับดังกล่าวประมาณ 30–35 pips) จะเหมาะที่สุดหากกลับมาเปิดซื้อคู่นี้ในช่วงที่เกิดการย่อหรือการปรับฐานลงแรงของ USD/JPY สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันขึ้นจากบริเวณนั้น
- สถานการณ์ที่ 2: วางแผนจะเปิดสถานะซื้อ (Buy) ในคู่เงิน USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบราคาที่ระดับ 158.58 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต Oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงต่อของคู่เงิน และเอื้อต่อการกลับตัวขึ้นของตลาด สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 158.84 และ 159.10 ได้
สถานการณ์ฝั่งขาย (Sell Scenarios)
- สถานการณ์ที่ 1: วางแผนจะเปิดสถานะขาย (Sell) ในคู่เงิน USD/JPY วันนี้หลังจากมีการย่อตัวลงต่ำกว่าระดับ 158.58 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งมีแนวโน้มจะกระตุ้นให้คู่เงินปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายสำคัญของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 158.33 ซึ่งเป็นจุดที่วางแผนจะปิดสถานะขาย และเปิดสถานะซื้อ (Long) ทันทีในทิศทางตรงข้าม (คาดการณ์การดีดกลับจากระดับดังกล่าวประมาณ 20–25 pips) การเปิดขายควรทำในระดับราคาที่สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันลงจากบริเวณนั้น
- สถานการณ์ที่ 2: วางแผนจะเปิดสถานะขาย (Sell) ในคู่เงิน USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับราคา 158.84 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต Overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นต่อของคู่เงิน และเอื้อต่อการกลับตัวลงของตลาด สามารถคาดหวังการปรับลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 158.58 และ 158.33 ได้

มีอะไรอยู่บนกราฟบ้าง:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง แสดงราคาเปิดสถานะฝั่งซื้อที่คุณสามารถใช้เข้าซื้อเครื่องมือการเทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา คือระดับราคาที่คาดหมายไว้ซึ่งคุณสามารถตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตัวเองได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับขึ้นต่อเหนือระดับนี้;
- เส้นสีแดงเส้นบาง แสดงราคาเปิดสถานะฝั่งขายที่คุณสามารถใช้เปิดสถานะขายเครื่องมือการเทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา คือระดับราคาที่คาดหมายไว้ซึ่งคุณสามารถตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตัวเองได้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้น้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อเนื่องต่ำกว่าระดับนี้;
- อินดิเคเตอร์ MACD ในการเข้าตลาด สิ่งสำคัญคือการอ้างอิงโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold)
สำคัญมาก: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาดฟอเร็กซ์ควรตัดสินใจจุดเข้าให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยทั่วไปแล้วควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนรุนแรงของราคา หากคุณเลือกที่จะเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง Stop Loss ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน หากไม่ตั้ง Stop Loss คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ใช้การบริหารเงิน (money management) และเทรดด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป
และอย่าลืมว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างด้านบน การตัดสินใจซื้อขายแบบฉับพลันตามสภาพตลาดปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับการเทรดระหว่างวัน (intraday)
