รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น
ระดับราคา (levels) ที่ผมทำเครื่องหมายไว้ไม่ได้ถูกทดสอบในช่วงครึ่งแรกของวัน ดังนั้นผมจึงไม่ได้เปิดออเดอร์ใด ๆ
ท่ามกลางการขาดปัจจัยชี้นำใหม่ ๆ และกระแสข่าวลือว่า Bank of Japan อาจเข้ามาแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินเยนที่อ่อนค่า บรรดานักเทรดจึงเลือกที่จะไม่รีบร้อนตัดสินใจ ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของราคา USD/JPY ค่อนข้างช้า การหยุดรอดูท่าทีนี้สะท้อนให้เห็นในรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาระหว่างวันซึ่งไม่มีแรงเหวี่ยงที่ชัดเจน ภายใต้ภาวะไม่แน่นอน นักลงทุนจึงใช้กลยุทธ์ระมัดระวังมากขึ้น เลือกที่จะรอจังหวะมากกว่าลงมือทันที ความเป็นไปได้ที่ Bank of Japan จะเข้ามาแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงินสกุลท้องถิ่น กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกดไม่ให้คู่เงินนี้ปรับตัวขึ้นต่อได้มากนัก
การตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับเงินเยนญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ในสภาวะที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความเสี่ยงที่สหรัฐฯ อาจกลับมาใช้ความรุนแรงต่ออิหร่าน นักลงทุนจึงมักหันไปถือดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ส่งผลให้ความต้องการดอลลาร์เพิ่มขึ้น แม้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคจากสหรัฐฯ จะออกมาไม่แข็งแกร่งนักก็ตาม
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะเน้นไปที่การใช้แผนการเทรดตาม Scenario ที่ 1 และ Scenario ที่ 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้เมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดเข้าใกล้บริเวณ 159.67 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 160.04 (เส้นสีเขียวหนาบนกราฟ) บริเวณ 160.04 ฉันจะปิดสถานะซื้อทั้งหมดและเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวราว 30–35 จุด) การปรับตัวขึ้นของคู่สกุลนี้เป็นไปได้ในวันนี้หากความขัดแย้งทางการทหารยืดเยื้อหรือทวีความรุนแรงขึ้น ข้อสำคัญ: ก่อนเปิดสถานะซื้อ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันขึ้น
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 159.35 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต Oversold ซึ่งจะเป็นการจำกัดโอกาสการลงต่อและเอื้อให้เกิดการกลับตัวขึ้น คาดหวังการปรับขึ้นไปยังบริเวณ 159.67 และ 160.04 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY หลังจากราคาทะลุลงต่ำกว่า 159.35 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งควรนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ 159.05 ซึ่งบริเวณนั้นฉันจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวราว 20–25 จุด) แรงกดดันฝั่งลงอาจกลับมาได้ทุกเมื่อ ข้อสำคัญ: ก่อนเปิดสถานะขาย ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันลง
สถานการณ์ที่ 2: ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY เช่นกัน หากราคาทดสอบระดับ 159.67 ติดต่อกันสองครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต Overbought ซึ่งจะเป็นการจำกัดโอกาสการขึ้นต่อและเอื้อให้เกิดการกลับตัวลง คาดหวังการปรับตัวลงไปยังบริเวณ 159.35 และ 159.05 ได้
คำอธิบายกราฟ:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง: ราคาเปิดสถานะซื้อ
- เส้นสีเขียวเส้นหนา: ระดับหรือโซน Take Profit ที่แนะนำสำหรับการล็อกกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้
- เส้นสีแดงเส้นบาง: ราคาเปิดสถานะขาย
- เส้นสีแดงเส้นหนา: ระดับหรือโซน Take Profit ที่แนะนำสำหรับการล็อกกำไร เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้
- อินดิเคเตอร์ MACD: เมื่อเข้าสู่ตลาด ให้สังเกตโซนที่มีการซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold)
สิ่งสำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรตัดสินใจจุดเข้าให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรหลีกเลี่ยงการเทรดก่อนการประกาศตัวเลขพื้นฐานสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณเลือกที่จะเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรใช้คำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุน หากไม่มี stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ได้ใช้การจัดการเงินที่เหมาะสมและเทรดด้วยขนาดล็อตที่ใหญ่
โปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างด้านบน การตัดสินใจแบบฉับพลันตามสภาพตลาดเฉพาะหน้า มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเทรดระหว่างวัน (intraday)
