เมื่อวานนี้ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดบวก โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.62% ขณะที่ Nasdaq 100 กระโดดขึ้น 0.83% และ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 0.58%
ดัชนีหุ้นเอเชียก็ปรับตัวแข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน ทำสถิติบวกเป็นสัปดาห์แรกนับตั้งแต่เกิดสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกแบบระมัดระวังต่อแนวโน้มตลาด ก่อนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่กำหนดไว้สุดสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันมีแนวโน้มบันทึกการปรับตัวลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบเก้าเดือน

ท่ามกลางบรรยากาศที่ความตึงเครียดในภูมิภาคเริ่มผ่อนคลายลง ตลาดหุ้นเอเชียแสดงความแข็งแกร่ง ฟื้นตัวขึ้นตามทิศทางบวกของตลาด Wall Street นักลงทุนที่ติดตามพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิดมองว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่านที่กำลังจะมีขึ้นอาจเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์คลี่คลายลงได้ สัญญาณเชิงบวกใด ๆ ที่เกิดขึ้นอาจช่วยหนุนให้สินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงหุ้น ปรับตัวขึ้นต่อ
การขยับขึ้นอย่างระมัดระวังของดัชนีหุ้นเอเชียสะท้อนว่านักลงทุนกำลังมองหาโอกาสท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ ดัชนี MSCI Asia Pacific ปรับขึ้น 0.8% หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump แสดงความเชื่อมั่นต่อโอกาสบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน แม้จะยังมีการขู่เตือนเตหะรานเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมการผ่านเส้นทางเดินเรือในช่องแคบ Hormuz ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งมองว่ามีความเชื่อมโยงกับความขัดแย้งกับอิหร่านน้อยกว่ากลุ่มอื่นๆ ทำผลงานได้ดีกว่า
นักเทรดกำลังจับตาดูการหยุดยิงที่เปราะบาง และการเจรจาในวันเสาร์ที่กรุง Islamabad ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เพื่อหาสัญญาณต่อทิศทางถัดไปของตลาด แม้การที่อิสราเอลยอมตกลงเข้าร่วมการเจรจากับเลบานอนจะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน แต่การปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสายหลักของโลกที่ยังดำเนินต่อไป ยังคงกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดมักผันผวนรุนแรงในช่วงเปิดการซื้อขายวันจันทร์
มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอล Benjamin Netanyahu ตกลงที่จะเข้าร่วมการเจรจากับเลบานอน ขณะที่ Trump ระบุว่าผู้นำอิสราเอลจะดำเนินการด้วยความยับยั้งชั่งใจต่อประเทศที่ถูกสงครามทำลายอย่างหนักรายนี้ ซึ่งช่วยสร้างความหวังต่อโอกาสในการลดระดับความตึงเครียดลงบ้าง
สหรัฐฯ และอิหร่านส่วนใหญ่หยุดการโจมตี หลังจากที่ยังคงมีการสู้รบในภูมิภาคต่อเนื่องเมื่อวันพุธ แม้มีการประกาศหยุดยิงในคืนวันอังคาร ขณะที่ในคืนวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของคูเวตเปิดเผยว่ามีการโจมตีด้วยโดรนระลอกใหม่ที่ดำเนินการโดยอิหร่านและกลุ่มตัวแทน มุ่งเป้าใส่สถานที่สำคัญหลายแห่งในประเทศ
ด้านอื่นๆ ราคาทองคำอ่อนตัวเล็กน้อย ซื้อขายอยู่บริเวณ 4,760 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พันธบัตรสหรัฐฯ หยุดการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องสี่วัน เนื่องจากนักลงทุนรอผลข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันนี้ นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจคาดว่าดัชนีราคาผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 0.9% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งหากเป็นไปตามคาดจะเป็นการเพิ่มขึ้นรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022

สำหรับภาพทางเทคนิคของดัชนี S&P 500 ภารกิจหลักของฝั่งซื้อในวันนี้คือการฝ่าด่านแนวต้านใกล้สุดที่ 6,819 ให้ได้ ซึ่งหากทำได้จะช่วยให้ดัชนีมีโมเมนตัมขาขึ้นมากขึ้น และอาจเปิดทางให้ดีดตัวขึ้นไปที่ระดับ 6,837 ความสำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับฝั่งกระทิงคือการรักษาการยืนเหนือระดับ 6,854 ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝั่งผู้ซื้อ หากดัชนีเคลื่อนไหวลงท่ามกลางกระแสหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ฝั่งซื้อจำเป็นต้องแสดงพลังป้องกันโซน 6,801 ให้ได้ การหลุดระดับดังกล่าวลงไปอย่างชัดเจนอาจกดดันดัชนีกลับลงสู่ 6,784 อย่างรวดเร็ว และอาจเปิดทางให้ปรับตัวลงต่อไปที่ 6,769
