รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดเงินปอนด์อังกฤษ
การทดสอบระดับ 1.3486 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากเส้นศูนย์ ซึ่งยืนยันจุดเข้าเทรดฝั่งขายของเงินปอนด์ที่ใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลให้ราคาปรับตัวลงแรงนัก และการเปิดสถานะซื้อที่ระดับ 1.3497 กลับให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
ตัวเลขข่าวเชิงบวกจากสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะข้อมูลดัชนี PMI เป็นปัจจัยที่หยุดการอ่อนค่าของเงินปอนด์ในช่วงครึ่งแรกของวัน โดยปกติแล้ว สัญญาณเศรษฐกิจเชิงบวกเช่นนี้มักกระตุ้นให้มีเงินทุนไหลเข้าประเทศ และช่วยพยุงค่าเงินของประเทศนั้น ๆ อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความต้องการถือครองดอลลาร์สหรัฐที่ยังคงอยู่ในระดับสูง สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นกลับไม่เกิดขึ้น ตลาดจึงยังคงระมัดระวัง โดยภาวะตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดมีท่าทีระวังตัวเช่นนี้
ในช่วงครึ่งหลังของวัน จะมีการประกาศตัวเลขในลักษณะเดียวกัน แต่เป็นข้อมูลจากฝั่งสหรัฐฯ โดยจะเริ่มจากดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ และปิดท้ายด้วยดัชนี Composite PMI ตัวเลขเหล่านี้เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกันจะช่วยให้เห็นภาพรวมของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น เปิดโอกาสให้นักลงทุนและนักวิเคราะห์ประเมินทั้งอัตราการเติบโตและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดัชนี PMI ภาคการผลิตที่จัดทำโดย Institute for Supply Management (ISM) ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรม โดยค่าที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัว ขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าระดับดังกล่าวบ่งชี้ถึงการหดตัว
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะเน้นใช้งานตาม Scenario หมายเลข 1 และหมายเลข 2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะเข้าซื้อปอนด์วันนี้เมื่อราคาขยับถึงจุดเปิดซื้อแถวๆ 1.3498 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าไว้ที่ 1.3519 (เส้นสีเขียวหนาบนกราฟ) บริเวณระดับ 1.3519 ผมมีแผนจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวราว 30–35 จุด) การปรับตัวขึ้นของปอนด์วันนี้จะคาดหวังได้ก็ต่อเมื่อมีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอ่อนแอ หมายเหตุสำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มไต่ขึ้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมมีแผนจะเข้าซื้อปอนด์หากมีการทดสอบระดับ 1.3486 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่สกุลเงินนี้และกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวขึ้นด้านบน สามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปยังโซนฝั่งตรงข้ามที่ระดับ 1.3498 และ 1.3519 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขายปอนด์หลังจากมีการทะลุลงต่ำกว่าระดับ 1.3486 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งน่าจะนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่สกุลเงิน เป้าหมายหลักของฝั่งผู้ขายจะอยู่ที่ 1.3457 ซึ่งผมมีแผนจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการดีดกลับราว 20–25 จุด) แรงกดดันต่อปอนด์อาจกลับมาได้อีกวันนี้ หากสหรัฐฯ และอิหร่านมีท่าทีแข็งกร้าว หมายเหตุสำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลง
สถานการณ์ที่ 2: ผมมีแผนจะขายปอนด์เพิ่มเติม หากมีการทดสอบระดับ 1.3498 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการขึ้นของคู่สกุลเงินนี้และนำไปสู่การกลับตัวลง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังโซนฝั่งตรงข้ามที่ระดับ 1.3486 และ 1.3457 ได้

หมายเหตุบนกราฟ
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะซื้อของตราสารที่ทำการซื้อขาย;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับหรือโซน Take Profit โดยประมาณสำหรับการล็อกกำไร เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปเหนือระดับนี้ต่อไปมีไม่มากนัก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะขายของตราสารที่ทำการซื้อขาย;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับหรือโซน Take Profit โดยประมาณสำหรับการล็อกกำไร เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้ต่อไปมีไม่มากนัก;
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อตัดสินใจเข้าสู่ตลาด ควรให้ความสำคัญกับบริเวณที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold)
สำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรระมัดระวังอย่างยิ่งในการตัดสินใจเข้าเทรดในตลาด ก่อนที่รายงานปัจจัยพื้นฐานฉบับสำคัญจะถูกเผยแพร่ออกมา ควรหลีกเลี่ยงการถือสถานะในตลาดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญ ควรกำหนดคำสั่ง stop loss ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุน หากไม่มี stop loss คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่มีการบริหารจัดการเงินที่ดีและใช้ขนาดสัญญาเทรดที่ใหญ่เกินไป
และโปรดจำไว้ว่า: การเทรดให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยแผนการเทรดที่ชัดเจน เหมือนตัวอย่างแผนที่กล่าวไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสภาพตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับนักเทรดระหว่างวัน (intraday traders)
