เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดบวก โดย S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.84% ขณะที่ Nasdaq 100 พุ่งขึ้น 1.71% ส่วนดัชนี Dow Jones Industrial Average ขยับเพิ่มเพียง 0.02%

วันนี้ ตลาดหุ้นเอเชียยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากกระแสความร้อนแรงของปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ภาพรวมของตลาดการเงินทั่วโลกยังคงให้สัญญาณผสมผสานกัน ประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump และทางการอิหร่านต่างปฏิเสธข้อเสนอร่วมฉบับล่าสุดเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงและมีแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
ดัชนี MSCI Asia-Pacific ปรับเพิ่มขึ้น 0.5% โดยกลุ่มหุ้นเทคโนโลยียังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด เกาหลีใต้ซึ่งถือเป็นตลาดสำคัญสำหรับการลงทุนใน AI ทำผลงานได้โดดเด่น ดัชนี KOSPI พุ่งขึ้น 4.5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม ภายใต้ภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนในขณะนี้ ความเชื่อมั่นเชิงบวกในเอเชียมีแนวโน้มจะส่งต่อไปถึงยุโรปและสหรัฐได้ไม่เต็มที่นัก
ในทางตรงกันข้าม สัญญาณจากตลาดสินค้าโภคภัณฑ์สะท้อนภาพอีกแบบหนึ่ง ราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวขึ้นราว 4% ทะลุระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แรงขับเคลื่อนมาจากการล้มเหลวของการเจรจา เมื่อวานนี้ Trump และผู้นำอิหร่านต่างปฏิเสธข้อเสนอฉบับล่าสุดว่าด้วยสันติภาพ ซึ่งเท่ากับเป็นการยืดระยะเวลาการปิดล้อมช่องแคบ Hormuz ต่อไป ต้นทุนพลังงานที่พุ่งขึ้นทันทีได้เพิ่มความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อ นักลงทุนจึงตอบสนองด้วยการขายตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับเพิ่มขึ้น 4 จุดเบสิส มาอยู่ที่ 4.39%
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมายืนยันบทบาทของตนในฐานะสกุลเงินปลอดภัยหลักอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ทองคำซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกประเภทกลับร่วงลงราว 1.2% มาอยู่ใกล้ระดับ 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ความอ่อนแอของทองคำครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการคาดการณ์ที่สูงขึ้นว่าดอกเบี้ยสหรัฐจะทรงตัวในระดับสูงต่อไป ทำให้ทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ยมีความน่าดึงดูดลดลง

ในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ภาพรวมยังคงแข็งแกร่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วดัชนี S&P 500 และ Nasdaq 100 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากมีรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาน่าเชื่อถือ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้จะเผชิญวิกฤตราคาพลังงานจากความขัดแย้งในอิหร่าน ข้อมูลระบุว่าราว 82% ของบริษัทในดัชนี S&P 500 รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
มุมมองทางเทคนิคของ S&P 500: ภารกิจหลักของฝั่งซื้อในวันนี้คือการผ่านแนวต้านระยะสั้นที่ 7,404 ดอลลาร์ให้ได้ ซึ่งจะบ่งชี้ถึงโมเมนตัมขาขึ้น และเปิดทางไปสู่การปรับตัวขึ้นทดสอบบริเวณ 7,427 ดอลลาร์ การยืนเหนือ 7,451 ดอลลาร์ได้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับฝั่งซื้อมากยิ่งขึ้น
ด้านลง หากความต้องการรับความเสี่ยงเริ่มลดลง ฝั่งซื้อต้องป้องกันโซน 7,381 ดอลลาร์ให้ได้ การหลุดลงต่ำกว่าระดับดังกล่าวอาจกดให้ราคาถอยกลับอย่างรวดเร็วลงไปที่ 7,361 ดอลลาร์ และเปิดทางลงต่อไปยังบริเวณ 7,339 ดอลลาร์
