การวิเคราะห์การเทรดในวันศุกร์:
กราฟ 1 ชั่วโมง ของคู่เงิน EUR/USD

คู่สกุลเงิน EUR/USD ทะลุเส้นแนวโน้มขาขึ้นลงมาในระหว่างการซื้อขายวันศุกร์ ขณะที่เส้นแนวโน้มขาลงยังคงมีนัยสำคัญอยู่ ดังนั้น ในตอนนี้คู่เงินจึงมีแนวโน้มเข้าใกล้การปรับตัวลงรอบใหม่มากกว่าการกลับตัวปรับขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้ควรสังเกตว่าเงินยูโรปรับตัวขึ้นต่อเนื่องมานานกว่าสองสัปดาห์แล้ว แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวราคาเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 130 จุดเท่านั้น ไม่ว่าปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ปัจจัยพื้นฐาน หรือปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคจะเป็นอย่างไร ความเชื่อมั่นของตลาดยังคงอยู่ในโทน “ขาลง” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์สำคัญใด ๆ ในเยอรมนี สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา หรือสหภาพยุโรป ดังนั้นตลอดทั้งวันจึงแทบไม่มีปัจจัยใหม่ให้บรรดาเทรดเดอร์ตอบสนองเพิ่มเติม ในวันเสาร์มีรายงานว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจ “ปะทุ” ขึ้นอีกครั้ง โดยอิหร่านได้โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวต อย่างไรก็ตาม พัฒนาการเช่นนี้แทบไม่ทำให้ใครรู้สึกแปลกใจอีกต่อไป หลังการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมากนัก และในวันอาทิตย์ เตหะรานได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
กราฟ 5 นาทีของคู่เงิน EUR/USD

ในกรอบเวลา 5 นาทีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่มีสัญญาณการเทรดที่น่าสนใจเพียงพอให้เปิดสถานะได้ ช่วงปลายวันราคาจึงเพิ่งมาทำการยืนตัวอยู่ใต้โซนแนวรับ 1.1420-1.1432 และเมื่อต้นสัปดาห์ใหม่ มีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงต่อ มุ่งหน้าไปยังช่วงเป้าหมาย 1.1354-1.1363 อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางดึกของคืนวันจันทร์หรือช่วงรอยต่อระหว่างสองสัปดาห์ การเปิดออเดอร์ทำได้ยากมาก ตามมุมมองของเรา เทรดเดอร์มือใหม่ควรรอให้มีสัญญาณการเทรดชุดใหม่ก่อน
วิธีการเทรดในวันจันทร์:
ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง แนวโน้มขาลงที่ดำเนินมาต่อเนื่องสองเดือนยังคงอยู่ และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เราเห็นเพียงการปรับขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากเส้นแนวโน้มขาขึ้นถูกเจาะทะลุไปแล้ว ความเป็นไปได้ที่แรงขายใน EUR จะกลับมาเพิ่มขึ้นจึงมีค่อนข้างมาก และปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในเชิงพื้นฐานได้อีกด้วย
ในวันจันทร์ เทรดเดอร์มือใหม่สามารถเปิดสถานะขาย โดยตั้งเป้าหมายที่โซน 1.1354-1.1363 หากราคาดีดตัวจากโซน 1.1420-1.1432 ส่วนสถานะซื้อสามารถเปิดได้ โดยตั้งเป้าที่ 1.1420-1.1432 หากราคาดีดตัวจากโซน 1.1354-1.1363
ในกรอบเวลา 5 นาที ระดับราคาที่ควรจับตาได้แก่ 1.1292, 1.1354-1.1363, 1.1420-1.1432, 1.1527-1.1531, 1.1584-1.1594, 1.1655-1.1666, 1.1745-1.1754 และ 1.1830-1.1837 ในวันจันทร์ ไม่มีเหตุการณ์สำคัญหรือรายงานตัวเลขสำคัญทั้งในสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ดังนั้นความผันผวนอาจกลับมาอยู่ในระดับต่ำอีกครั้ง
กฎพื้นฐานของระบบเทรด:
- ความแข็งแกร่งของสัญญาณจะถูกประเมินจากระยะเวลาที่ใช้ในการก่อตัว (ทั้งการเด้งกลับหรือการเบรกทะลุ) ยิ่งใช้เวลาน้อย สัญญาณยิ่งมีน้ำหนักมาก
- หากมีการเปิดออเดอร์ที่ระดับราคาใดระดับหนึ่งแล้วเจอสัญญาณหลอก (false signal) สองครั้งขึ้นไป สัญญาณถัดไปจากระดับราคานั้นควรถูกละเลยทั้งหมด
- ในสภาวะที่ตลาดแกว่งตัวในกรอบ (sideway/flat) คู่สกุลเงินใด ๆ ก็สามารถสร้างสัญญาณหลอกได้มาก หรืออาจไม่มีสัญญาณเลย และระดับทางเทคนิคอาจไม่ทำงาน
- ในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง สัญญาณเทรดจากอินดิเคเตอร์ MACD ควรใช้เฉพาะเมื่อมีความผันผวนในระดับดี และมีแนวโน้มที่ได้รับการยืนยันจากเส้นแนวโน้มหรือช่องแนวโน้ม (trend channel)
- หากมีสองระดับราคาที่อยู่ใกล้กันมาก (ห่างเพียง 5 ถึง 20 จุด) ควรนับรวมเป็นโซนแนวรับหรือแนวต้านเดียวกัน
- เมื่อราคาเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้อง 15 จุดแล้ว ควรเลื่อน Stop Loss ขึ้นมาที่จุดคุ้มทุน (breakeven)
สิ่งที่ปรากฏบนกราฟ:
ระดับราคา (หรือโซน) แนวรับและแนวต้าน ทำหน้าที่เป็นเป้าหมายในการเปิดสถานะซื้อหรือขาย และเป็นแหล่งกำเนิดของสัญญาณเทรด
เส้นสีแดงแสดงถึงช่องทางราคา (channel) หรือเส้นแนวโน้ม (trend line) ที่บอกถึงแนวโน้มปัจจุบัน และชี้ให้เห็นทิศทางที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการเทรด
อินดิเคเตอร์ MACD (14,22,3) – ทั้งฮิสโตแกรมและเส้นสัญญาณ – เป็นอินดิเคเตอร์เสริมที่สามารถใช้เป็นแหล่งสัญญาณเพิ่มเติมได้เช่นกัน
คำกล่าวสุนทรพจน์และรายงานสำคัญ (ที่ระบุในปฏิทินข่าว) สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของคู่เงินได้ ดังนั้นในช่วงเวลาที่มีการประกาศข้อมูลเหล่านี้ ควรเทรดด้วยความระมัดระวังสูงสุด หรืออาจพิจารณาออกจากตลาดชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการกลับตัวแรงสวนทิศทางกับการเคลื่อนไหวก่อนหน้า
ผู้เริ่มต้นเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ควรตระหนักว่า ไม่ใช่ทุกออเดอร์ที่จะทำกำไร การสร้างกลยุทธ์ที่ชัดเจนและฝึกฝนการบริหารความเสี่ยง (money management) อย่างเคร่งครัด คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในระยะยาวของการเทรด
