รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดยูโร
การทดสอบระดับ 1.1442 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD ได้เคลื่อนตัวลงต่ำกว่าระดับศูนย์ไปมากแล้ว ทำให้จำกัดโอกาสการปรับตัวลงต่อของคู่เงินคู่นี้ ด้วยเหตุผลในทางกลับกัน ผมจึงเลือกที่จะไม่เปิดสถานะซื้อที่ระดับ 1.1462 เช่นกัน
รายงานเศรษฐกิจยูโรโซนที่ออกมาดีกว่าคาดได้กำหนดทิศทางการเทรดของวันนี้ และมอบแรงหนุนที่แข็งแกร่งให้กับยูโร แทนที่จะเติบโตในอัตราปานกลางตามที่ตลาดคาดไว้ Eurostat รายงานว่า GDP ของยูโรโซนขยายตัว 0.4% ในไตรมาสที่สอง สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% และเร่งตัวขึ้นจากการเติบโตทรงตัว (flat) ในไตรมาสแรก บรรยากาศในตลาดยังได้แรงเสริมเพิ่มเติมจากตัวเลข GDP ของเยอรมนีที่ประกาศออกมาพร้อมกับตัวเลขของยูโรโซน
GDP เป็นตัวชี้วัดสำคัญด้านศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพราะสะท้อนจังหวะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง เมื่อ GDP ออกมาดีกว่าคาดการณ์ โดยทั่วไปตลาดจะมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อสกุลเงินของประเทศนั้น และนี่เองคือเหตุผลที่เซอร์ไพรส์ด้านบวกในวันนี้ช่วยหนุนค่าเงินยูโร
ยูโรกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการซื้อขายฝั่งสหรัฐ โดยรอดูชุดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐสำคัญหลายรายการ ซึ่งอาจเปลี่ยนมุมมองของตลาดได้ นักลงทุนจะจับตา GDP ไตรมาสสอง ดัชนี Core Personal Consumption Expenditures (PCE) Price Index รวมถึงข้อมูลรายได้ส่วนบุคคลและการใช้จ่ายส่วนบุคคล ดัชนี Core PCE Price Index มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ Federal Reserve ให้ความสำคัญมากที่สุด และมีบทบาทสำคัญต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ข้อมูล GDP และการบริโภคจะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ
มุมมองต่อยูโรค่อนข้างตรงไปตรงมา มีเพียงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแข็งแกร่งเป็นพิเศษเท่านั้นที่น่าจะช่วยฟื้นความต้องการถือดอลลาร์และกดดันคู่เงิน EUR/USD ในทางกลับกัน หากตัวเลขออกมาแย่กว่าคาด ก็มีแนวโน้มจะยืดช่วงอ่อนค่าล่าสุดของดอลลาร์ออกไป และช่วยหนุนยูโรเพิ่มขึ้นอีก เมื่อพิจารณาว่าช่วงหลังมานี้ดอลลาร์สหรัฐอยู่ภายใต้แรงกดดัน ตลาดจึงจะให้ความสนใจอย่างมากกับตัวเลขที่ต่างไปจากที่คาดไว้ และความผันผวนมีโอกาสเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของวัน
สำหรับกลยุทธ์เทรดระหว่างวันของผมวันนี้ ผมจะอิงหลักๆ กับการดำเนินการตาม Scenario No. 1 และ Scenario No. 2

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1
วันนี้ให้พิจารณาเปิดสถานะซื้อยูโร หากราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1487 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1529 ผมมีแผนจะปิดสถานะซื้อที่ 1.1529 และอาจพิจารณาเปิดสถานะขายจากระดับดังกล่าว โดยตั้งเป้าเก็งกำไรจากการย่อกลับลงมาประมาณ 30–35 จุดจากจุดเข้า ยูโรมีแนวโน้มจะแข็งค่าขึ้นในวันนี้ หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันขึ้น
สถานการณ์ที่ 2
ผมยังมีแผนจะซื้อยูโร หากระดับราคา 1.1461 ถูกทดสอบสองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) สัญญาณลักษณะนี้จะแสดงให้เห็นว่าการปรับตัวลงมีจำกัด และอาจกระตุ้นให้ราคากลับตัวเป็นขาขึ้นได้ ในกรณีนั้น เป้าหมายด้านบนจะอยู่ที่ 1.1487 และ 1.1529
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1
ผมมีแผนจะขายยูโรหลังจากราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1461 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายด้านล่างที่ 1.1422 ซึ่งที่ระดับดังกล่าวผมตั้งใจจะปิดสถานะขาย และพิจารณาเปิดสถานะซื้อ โดยคาดหวังกำไรจากการเด้งกลับขึ้นมาประมาณ 20–25 จุด แรงขายมีแนวโน้มจะกลับมาอีกครั้ง หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าที่คาดไว้
สำคัญ: ก่อนเปิดสถานะขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันลง
สถานการณ์ที่ 2
ผมยังมีแผนจะขายยูโร หากระดับราคา 1.1487 ถูกทดสอบสองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) สัญญาณลักษณะนี้จะแสดงให้เห็นว่าการปรับตัวขึ้นมีจำกัด และอาจกระตุ้นให้ราคากลับตัวเป็นขาลงได้ ในกรณีนั้น เป้าหมายด้านล่างจะอยู่ที่ 1.1461 และ 1.1422

คำอธิบายสัญลักษณ์บนกราฟ
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะซื้อ (Long).
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับ Take Profit ที่แนะนำ หรือโซนสำหรับปิดทำกำไรด้วยตัวเอง เนื่องจากมองว่าการขึ้นต่อเหนือระดับนี้มีโอกาสไม่สูงนัก.
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะขาย (Short).
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับ Take Profit ที่แนะนำ หรือโซนสำหรับปิดทำกำไรด้วยตัวเอง เนื่องจากมองว่าการลงต่อใต้ระดับนี้มีโอกาสไม่สูงนัก.
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อเปิดสถานะใหม่ ควรให้ความสำคัญกับภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold) เป็นพิเศษ.
ข้อสำคัญ
นักเทรด Forex มือใหม่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการตัดสินใจเทรด โดยทั่วไปมักจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา หากคุณเลือกที่จะเทรดในช่วงที่มีข่าวสำคัญออกมา ควรใช้คำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้น การเทรดโดยไม่มี stop-loss สามารถนำไปสู่การขาดทุนจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อใช้ขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไปโดยไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม.
สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม เช่น แผนที่อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงเฉพาะสภาพตลาด ณ ขณะนั้น มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับนักเทรดสายอินทราเดย์.
