logo

FX.co ★ USD/JPY: เคล็ดลับการเทรดง่ายๆ สำหรับมือใหม่ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม พร้อมรีวิวการเทรด Forex เมื่อวานนี้

USD/JPY: เคล็ดลับการเทรดง่ายๆ สำหรับมือใหม่ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม พร้อมรีวิวการเทรด Forex เมื่อวานนี้

รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น

การทดสอบราคาแถว 162.65 เกิดขึ้นพร้อมกับจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เริ่มเคลื่อนตัวลงจากเส้นศูนย์ ซึ่งยืนยันให้เห็นว่าเป็นจุดเข้าเปิดสถานะขายดอลลาร์ที่ใช้ได้ ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวลงมาได้ 100 pips

เงินเยนญี่ปุ่นตอบสนองอย่างแข็งแกร่งต่อการตัดสินใจของ Bank of Japan ที่คงจุดยืนด้านนโยบายไม่เปลี่ยนแปลง โดยสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่ลดลงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจกำลังเดินหน้าบนเส้นทางสู่การปรับนโยบายให้เป็นปกติต่อไป อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางได้เข้าแทรกแซงค่าเงินเพื่อหนุนให้เยนแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมากในช่วงนี้ นำไปสู่การร่วงลงของคู่เงินจากระดับ 163 ลงมายัง 158 ธนาคารกลางยังคงเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่เงินเฟ้อพื้นฐานอาจเกินเป้าหมาย 2% และให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าขึ้นต้นทุนการกู้ยืมต่อไปตามพัฒนาการของเศรษฐกิจและราคา คำให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้สะท้อนถึงความพร้อมของ BoJ ต่อการเดินหน้าสู่ขั้นตอนการปรับนโยบายให้เป็นปกติยิ่งขึ้น หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อเงินเยนและลบต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักเป็นพิเศษกับการดำเนินการตามสถานการณ์ที่ #1 และ #2

USD/JPY: เคล็ดลับการเทรดง่ายๆ สำหรับมือใหม่ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม พร้อมรีวิวการเทรด Forex เมื่อวานนี้

สถานการณ์การเปิดสถานะซื้อ

  • สถานการณ์ที่ 1: มีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้เมื่อจุดเข้าอยู่บริเวณ 160.87 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยคาดหวังการปรับขึ้นไปที่ระดับ 161.46 (เส้นสีเขียวที่หนากว่าบนกราฟ) ที่บริเวณ 161.46 มีแผนจะปิดสถานะซื้อทั้งหมดและเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 pips จากระดับดังกล่าว) จะดีที่สุดหากกลับมาเปิดสถานะซื้อคู่เงินนี้เมื่อมีการย่อตัวหรือมีการปรับฐานลงแรงใน USD/JPY สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มมีการปรับตัวขึ้นจากระดับดังกล่าว
  • สถานการณ์ที่ 2: มีแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบราคาที่ระดับ 160.57 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะจำกัดโอกาสการปรับลงของคู่เงินและนำไปสู่การกลับทิศทางขึ้นของตลาด สามารถคาดหวังการขึ้นไปยังระดับกลับทิศทางที่ 160.87 และ 161.46 ได้

สถานการณ์การเปิดสถานะขาย

  • สถานการณ์ที่ 1: มีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้ก็ต่อเมื่อมีการทำจุดต่ำใหม่ที่ระดับ 160.57 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งจะนำไปสู่การปรับตัวลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 159.83 ซึ่งมีแผนจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที (คาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 20–25 pips ในทิศทางตรงข้ามจากระดับดังกล่าว) ฝั่งขายสามารถกลับเข้าสู่ตลาดได้ทุกเมื่อ เพียงแค่มีสัญญาณบ่งชี้เล็กน้อยจากธนาคารกลาง สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลงจากระดับดังกล่าว
  • สถานการณ์ที่ 2: มีแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบราคาที่ระดับ 160.87 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของคู่เงินและนำไปสู่การกลับทิศทางลงของตลาด สามารถคาดหวังการปรับลงไปยังระดับกลับทิศทางที่ 160.57 และ 159.83 ได้
USD/JPY: เคล็ดลับการเทรดง่ายๆ สำหรับมือใหม่ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม พร้อมรีวิวการเทรด Forex เมื่อวานนี้

สิ่งที่ปรากฏบนกราฟ:

  • เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะซื้อของตราสารที่ใช้ในการเทรด;
  • เส้นสีเขียวเส้นหนา – ราคาประเมินสำหรับการตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้;
  • เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะขายของตราสารที่ใช้ในการเทรด;
  • เส้นสีแดงเส้นหนา – ราคาประเมินสำหรับการตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลดลงไปต่ำกว่าระดับนี้;
  • อินดิเคเตอร์ MACD เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ควรให้ความสำคัญกับโซนที่อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold)

สำคัญ: สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ควรตัดสินใจเรื่องจุดเข้าออกตลาดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนรุนแรงของอัตราแลกเปลี่ยน หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop orders) ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุน หากคุณไม่ตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งพอร์ตได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ใช้การบริหารเงินทุน (money management) และเทรดด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป

และโปรดจำไว้ว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสถานการณ์เฉพาะหน้าของตลาด มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday traders)

*การวิเคราะห์ตลาดตามนี้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคุณ แต่ไม่ได้เป็นการชี้แนะแนวทางในการซื้อขาย T
ไปที่หน้ารวมบทความ ไปที่บทความของผู้เขียน เปิดบัญชีเทรด