รีวิวการเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับยูโร
การทดสอบระดับ 1.1520 เกิดขึ้นในจังหวะที่ตัวชี้วัด MACD เพิ่งเริ่มเคลื่อนตัวลงจากเส้นศูนย์ ยืนยันได้ว่าจุดเข้าเปิดสถานะขายนั้นเหมาะสมแล้ว ผลลัพธ์คือคู่เงินปรับตัวลงมาเพียง 10 จุด
ข้อมูลภาคอุตสาหกรรมที่ออกมาอ่อนแอกดดันค่าเงินสกุลเดียว ทำให้ยูโรอ่อนค่าลงในระดับปานกลาง การผลิตในยูโรโซนไม่ได้ขยายตัวในเดือนมิถุนายน โดยยังคงทรงตัวที่ระดับศูนย์ เนื่องจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของภาคเศรษฐกิจจริง การหยุดนิ่งของตัวเลขนี้จึงยิ่งเพิ่มความกังวลต่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจยูโรโซน และตัดปัจจัยบวกที่อาจหนุนการแข็งค่าของยูโรออกไป สำหรับคู่เงิน EUR/USD แล้ว นั่นหมายความว่ายังไม่มีตัวขับเคลื่อนที่ชัดเจน และทิศทางของคู่เงินยังคงขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของดอลลาร์เป็นหลัก
ในช่วงครึ่งหลังของวัน คู่เงินจะยังคงให้ความสำคัญกับข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ซึ่งอาจเปลี่ยนสมดุลของแรงซื้อขายได้ จะมีการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index) และดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐานที่ไม่รวมอาหารและพลังงาน ควบคู่กับตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีราคาผู้ผลิตมีความสำคัญเพราะสามารถส่งสัญญาณล่วงหน้าเกี่ยวกับเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภค และส่งผลโดยตรงต่อความคาดหวังต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve ขณะที่ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสะท้อนภาวะของตลาดแรงงาน สำหรับค่าเงินสกุลเดียวแล้ว ผลกระทบค่อนข้างชัดเจน หากราคาผู้ผลิตปรับตัวเพิ่มขึ้น ความต้องการดอลลาร์มีแนวโน้มกลับมาอย่างรวดเร็วและกดดันคู่เงิน EUR/USD ในทางตรงกันข้าม หากอัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง จะเป็นผลดีต่อยูโร
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผม/ฉันจะให้ความสำคัญกับการดำเนินตาม Scenario #1 และ Scenario #2 มากเป็นพิเศษ

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้สามารถซื้อยูโรได้เมื่อราคาขึ้นมาถึงบริเวณ 1.1545 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1559 ที่ระดับ 1.1559 ผมมีแผนจะปิดสถานะออกจากตลาด และเปิดสถานะขายยูโรในทิศทางตรงข้ามต่อทันที โดยคาดหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 จุดจากจุดเปิดสถานะ ทั้งนี้ วันนี้สามารถคาดหวังการปรับขึ้นของยูโรได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอ่อนแอ สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวขึ้นจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ผมยังมีแผนจะซื้อยูโร หากราคาทดสอบระดับ 1.1531 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตขายมากเกินไป (oversold zone) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ และนำไปสู่การกลับทิศทางเป็นขาขึ้น จากนั้นสามารถคาดหวังการดีดตัวขึ้นไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.1545 และ 1.1559 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขายยูโรหลังจากที่ราคาลงมาถึงระดับ 1.1531 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1513 ซึ่งที่ระดับ 1.1513 ผมมีแผนจะปิดสถานะออกจากตลาด และเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที โดยคาดหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวประมาณ 20–25 จุดในทิศทางกลับกันจากระดับดังกล่าว แรงกดดันในทิศทางขาลงต่อคู่เงินนี้จะกลับมาอีกครั้งหากข้อมูลเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง สำคัญ! ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลงจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ผมยังมีแผนจะขายยูโร หากราคาทดสอบระดับ 1.1545 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (overbought zone) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ และนำไปสู่การกลับทิศทางเป็นขาลง จากนั้นสามารถคาดหวังการอ่อนตัวลงไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.1531 และ 1.1513 ได้

สิ่งที่แสดงบนกราฟ
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะที่สามารถซื้อเครื่องมือการเทรดได้;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ราคาประมาณการที่สามารถวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรเองได้ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นไปเหนือระดับนี้ต่อไปมีไม่มาก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาเปิดสถานะที่สามารถขายเครื่องมือการเทรดได้;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ราคาประมาณการที่สามารถวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรเองได้ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้ต่อไปมีไม่มาก;
- อินดิเคเตอร์ MACD เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ควรคำนึงถึงโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) และขายมากเกินไป (Oversold) ด้วย
สำคัญมาก ผู้เริ่มต้นเทรด Forex ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดสถานะ เพื่อไม่ให้ติดอยู่ในความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงข่าวออก ควรวางคำสั่ง Stop Order ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุน หากไม่มี Stop Order คุณอาจสูญเสียพอร์ตเทรดทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ใช้การบริหารเงิน (Money Management) อย่างถูกต้องและเทรดด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่เกินไป
และโปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น ตัวอย่างแผนที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากสภาพตลาดเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว เป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเทรดระหว่างวัน (Intraday Trader)
