การวิเคราะห์การเทรดและเคล็ดลับการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบราคาแถว 159.24 เกิดขึ้นในจังหวะที่ตัวชี้วัด MACD เคลื่อนตัวขึ้นไปไกลเหนือระดับศูนย์แล้ว ซึ่งจำกัดศักยภาพขาขึ้นของคู่เงินนี้
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ในช่วงบ่าย โดยปัจจัยหลักมาจากดัชนี Empire State manufacturing index ที่พุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ภาพของตลาดที่อยู่อาศัยให้สัญญาณที่อ่อนกว่านี้เล็กน้อย เนื่องจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการก่อสร้างของ NAHB ขยับขึ้นเพียง 1 จุด มาที่ระดับ 35 และยังคงอยู่ในโซนมุมมองเชิงลบ อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งในภาคการผลิตมีน้ำหนักมากกว่า ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ สำหรับฝั่งเงินเยน การแข็งค่าของดอลลาร์กดดันค่าเงินเยน เนื่องจากข้อมูลสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งได้ขยายช่องว่างระหว่างนโยบายการเงินที่ระมัดระวังมากกว่าของ Bank of Japan กับ Federal Reserve ความแตกต่างนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเยนอ่อนค่าในเชิงโครงสร้าง และท่ามกลางข้อมูลเชิงบวกดังกล่าว คู่เงิน USD/JPY จึงมีเหตุผลที่จะปรับตัวขึ้น
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการนำสถานการณ์ที่ 1 และ 2 มาปรับใช้มากเป็นพิเศษ

สถานการณ์สำหรับการเปิดสถานะซื้อ
- สถานการณ์ที่ 1: วางแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้เมื่อราคาขึ้นไปถึงบริเวณ 159.83 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายให้ราคาขึ้นไปถึง 160.14 (เส้นสีเขียวที่หนากว่าบนกราฟ) ที่บริเวณประมาณ 160.14 มีแผนจะปิดสถานะซื้อและกลับมาเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้าม คาดหวังการเคลื่อนไหวราว 30–35 pips จากจุดเปิดสถานะ แนะนำให้กลับมาเปิดสถานะซื้ออีกครั้งเมื่อมีการย่อตัวและการปรับฐานลงแรงของ USD/JPY สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะซื้อ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวขึ้นจากระดับดังกล่าว
- สถานการณ์ที่ 2: วางแผนจะเปิดสถานะซื้อ USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับ 159.64 ติดต่อกันสองครั้ง พร้อมกับที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงลึกกว่าเดิม และอาจนำไปสู่การกลับทิศทางของตลาดขึ้นด้านบน สามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 159.83 และ 160.14
สถานการณ์สำหรับการเปิดสถานะขาย
- สถานการณ์ที่ 1: วางแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้ก็ต่อเมื่อมีการทำระดับต่ำใหม่ที่ 159.64 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งมีแนวโน้มจะกระตุ้นให้คู่เงินปรับตัวลงรวดเร็ว โดยเป้าหมายสำคัญของฝั่งขายจะอยู่ที่ระดับ 159.36 ซึ่งมีแผนจะปิดสถานะขายและกลับมาเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงกันข้ามทันที คาดหวังการเคลื่อนไหวราว 20–25 pips ในทิศทางตรงข้ามจากระดับดังกล่าว ผู้ขายสามารถกลับเข้าสู่ตลาดได้ตลอดเวลา เพียงแค่ได้รับสัญญาณเล็กน้อยจากธนาคารกลางก็เพียงพอแล้ว สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะขาย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าระดับศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลงจากระดับดังกล่าว
- สถานการณ์ที่ 2: วางแผนจะเปิดสถานะขาย USD/JPY วันนี้เช่นกัน หากมีการทดสอบระดับ 159.83 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ และอาจนำไปสู่การกลับทิศทางของตลาดลงด้านล่าง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 159.64 และ 159.36

แผนภูมินี้แสดงอะไรบ้าง:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาเข้าซื้อของตราสารที่ทำการเทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ราคาประเมินที่สามารถตั้งจุด Take Profit หรือปิดทำกำไรได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้มากนัก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาเข้าเปิดสถานะขายของตราสารที่ทำการเทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ราคาประเมินที่สามารถตั้งจุด Take Profit หรือปิดทำกำไรได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลดลงไปต่ำกว่าระดับนี้มากนัก;
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับโซน Overbought และ Oversold
สำคัญ: เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ต้องตัดสินใจเข้าเทรดอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ ก่อนที่รายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญจะถูกประกาศ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่ง Stop Order ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุน หากไม่ตั้งคำสั่ง Stop คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่บริหารจัดการเงินทุน (Money Management) และใช้ขนาดสัญญาในการเทรดที่ใหญ่เกินไป
และอย่าลืมว่า การเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนที่อธิบายไว้ข้างต้น การตัดสินใจเข้าเทรดแบบฉับพลันตามสภาวะตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับการเทรดระหว่างวัน (Intraday)
