ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเมื่อคืนนี้ โดย S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.21%, Nasdaq 100 เพิ่มขึ้น 0.16% และ Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 0.22%

พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังคงปรับตัวขึ้นต่อ หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่าจะอย่างน้อยเพิ่มขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตร (bond buyback) เป็นเท่าตัว เพื่อกดอัตราผลตอบแทนระยะยาวให้ลดลง การประกาศดังกล่าวช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน และดันราคาพันธบัตรและหุ้นในเอเชียให้ปรับตัวขึ้น ขณะที่ดอลลาร์ทรงตัวหลังร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ลดลง 1 จุดเบสิส สู่ระดับ 5.18% หลังจากร่วงลง 9 จุดเบสิสเมื่อวันพุธ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลง 1 จุดเบสิส สู่ระดับ 4.63% ต่อเนื่องจากการปรับตัวลง 6 จุดเบสิสในวันก่อนหน้า
ผลกระทบเกิดขึ้นในระดับโลก พันธบัตรในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ปรับตัวขึ้นเช่นกันหลังถ้อยแถลงของกระทรวงการคลังสหรัฐ และดัชนีหุ้น MSCI Asia-Pacific เพิ่มขึ้น 1.6% ยุติสถิติปรับตัวลงต่อเนื่องสองวัน เกาหลีใต้เป็นผู้นำการปรับขึ้น โดยดัชนี KOSPI พุ่ง 5.5% หุ้น SK Hynix ทะยานขึ้น 12% ตามข่าวซื้อหุ้นคืน ส่วน Samsung Electronics เพิ่มขึ้น 8.5% การกลับตัวดังกล่าวถือว่าน่าทึ่ง เพราะหุ้นกลุ่มเดียวกันนี้เพิ่งร่วงลงมากกว่า 7% เมื่อวันก่อน จากแรงกดดันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตลาดพันธบัตรทั่วโลกผันผวนอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและหนี้ภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันด้านราคา อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มีมุมมองต่างกันต่อความยั่งยืนของมาตรการจากกระทรวงการคลังสหรัฐ และส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวัง Reed Capital ระบุว่า โครงการซื้อคืนสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างจริงจังของกระทรวงการคลังสหรัฐต่อภาระต้นทุนการกู้ยืมระยะยาว แต่คล้ายกับการแทรกแซงค่าเงินเยน ผลลัพธ์น่าจะมีลักษณะชั่วคราว
ประเด็นเรื่องวิธีการจัดหาเงินทุนสำหรับการดำเนินการดังกล่าวสมควรได้รับการพิจารณาแยกต่างหาก กระทรวงการคลังสหรัฐไม่ได้ให้รายละเอียด แต่โดยปกติแล้วมักอาศัยการออกตั๋วเงินคลังระยะสั้นเพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนที่เปลี่ยนแปลงไป

ในที่อื่น ๆ ราคาทองคำอ่อนตัวลง 0.8% มาอยู่ราว 4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากขึ้นไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน ส่วน Bitcoin ปรับตัวขึ้นเหนือ 70,000 ดอลลาร์ หลังจากประธานาธิบดี Trump เรียกร้องให้สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายคริปโตสำคัญ และทำเนียบขาวจัดการประชุมผู้นำในอุตสาหกรรม
ภาพทางเทคนิคของดัชนี S&P 500 บ่งชี้ว่า ภารกิจเร่งด่วนของฝั่งซื้อในวันนี้คือการฝ่าระดับแนวต้านที่ 7,718 ดอลลาร์ให้ได้ ซึ่งจะเป็นสัญญาณของความแข็งแกร่งและเปิดทางไปสู่ระดับ 7,737 ดอลลาร์ การยืนเหนือ 7,756 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคงจะช่วยตอกย้ำสถานะของฝั่งกระทิง ในทางกลับกัน หากกระแสการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มแผ่วลง ฝั่งซื้อจำเป็นต้องปกป้องแนวรับที่ 7,698 ดอลลาร์ให้ได้ หากหลุดระดับดังกล่าว ดัชนีมีโอกาสอ่อนตัวอย่างรวดเร็วกลับไปที่ 7,679 ดอลลาร์ และเปิดทางลงต่อไปยัง 7,656 ดอลลาร์
