รีวิวการเทรดและแนวทางการเทรดสำหรับสกุลเงินยูโร
การทดสอบระดับ 1.1663 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เพิ่งเริ่มขยับขึ้นจากเส้นศูนย์ ยืนยันว่าจุดดังกล่าวเป็นจุดเข้าเทรดฝั่งซื้อยูโรที่ถูกต้อง ส่งผลให้คู่เงินปรับตัวขึ้นมาได้ 10 จุด
ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากมีการประกาศรายงานจากเยอรมนีสองฉบับ ซึ่งทั้งสองฉบับต่างชี้ให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ดัชนี Ifo Business Climate เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 88.8 จาก 86.7 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งปี ขณะที่ทั้งการประเมินภาวะปัจจุบันและความคาดหวังในอนาคตต่างก็ดีขึ้น เนื่องจากดัชนี Ifo สะท้อนมุมมองภาคธุรกิจ และเป็นหนึ่งในดัชนีชุดแรกที่จับสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรเศรษฐกิจ การปรับตัวขึ้นของดัชนีจึงเป็นสัญญาณสำคัญของการฟื้นตัว บรรยากาศเชิงบวกยังได้รับแรงหนุนจากการปรับเพิ่มตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ขึ้นเป็น 0.3% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ 1.0% เมื่อเทียบปีต่อปี
ในช่วงครึ่งหลังของวัน ยูโรจะจับตาดูตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งอาจกลับมากดดันค่าเงินสกุลเดียวอีกครั้ง โดยจะมีการประกาศดัชนี Consumer Confidence ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนี Richmond Fed Manufacturing ความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีความสำคัญ เนื่องจากช่วยให้ตลาดประเมินความพร้อมในการใช้จ่ายของผู้บริโภค และต่อเนื่องไปถึงแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่ข้อมูลยอดขายบ้านใหม่และภาคการผลิตจะช่วยให้เห็นภาพเพิ่มเติมด้านอุปสงค์และกิจกรรมทางธุรกิจ มุมมองต่อค่าเงินยูโรยังคงต้องระมัดระวัง หากตัวเลขออกมาดีมาก ดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อคู่เงิน EUR/USD
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตาม Scenario #1 และ Scenario #2 เป็นหลัก

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้สามารถเข้าซื้อยูโรได้เมื่อราคาขึ้นมาถึงบริเวณ 1.1670 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1686 ที่ระดับ 1.1686 วางแผนจะปิดสถานะออกจากตลาด และเปิดสถานะขายยูโรสวนทางทันที โดยคาดหวังกำไรจากการเคลื่อนไหวราว 30–35 จุดจากจุดเปิดสถานะ การปรับตัวขึ้นของยูโรวันนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแย่ ข้อสำคัญ: ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มมีสัญญาณปรับตัวขึ้นจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ยังมีแผนเข้าซื้อยูโร หากราคาทดสอบระดับ 1.1659 ติดต่อกันสองครั้ง ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) สัญญาณลักษณะนี้จะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่อ และเอื้อต่อการกลับตัวขึ้นด้านบน โดยสามารถคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับตรงข้ามที่ 1.1670 และ 1.1686 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: วางแผนขายยูโรหลังจากที่ราคาขึ้นไปแตะระดับ 1.1659 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ 1.1634 ซึ่งเป็นจุดที่จะปิดสถานะออกจากตลาด และเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามราว 20–25 จุดจากระดับดังกล่าว แรงกดดันต่อคู่เงินนี้มีแนวโน้มกลับมาอีกครั้งหากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่ง ข้อสำคัญ: ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มมีสัญญาณปรับตัวลงจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ยังมีแผนขายยูโร หากราคาทดสอบระดับ 1.1670 ติดต่อกันสองครั้ง ขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) สัญญาณลักษณะนี้จะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับตัวขึ้นต่อ และเอื้อต่อการกลับตัวลงด้านล่าง โดยสามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.1659 และ 1.1634 ได้

กราฟแสดงอะไรบ้าง:
- เส้นสีเขียวบาง — ราคาเปิดสถานะที่สามารถซื้อเครื่องมือการเทรดได้;
- เส้นสีเขียวหนา — ราคาประเมินที่สามารถวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับขึ้นต่อเหนือระดับนี้;
- เส้นสีแดงบาง — ราคาเปิดสถานะที่สามารถขายเครื่องมือการเทรดได้;
- เส้นสีแดงหนา — ราคาประเมินที่สามารถวางคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงต่อใต้ระดับนี้;
- อินดิเคเตอร์ MACD เมื่อจะเข้าเทรด ควรคำนึงถึงโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold) ด้วย
สำคัญมาก เทรดเดอร์ Forex มือใหม่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อจะตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดเพื่อไม่ให้ติดอยู่ท่ามกลางความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรวางคำสั่งหยุดขาดทุน (stop order) เสมอเพื่อลดความเสี่ยงการขาดทุน หากไม่มีคำสั่งหยุดขาดทุน คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากคุณไม่ใช้การบริหารเงิน (money management) ที่เหมาะสมและเทรดด้วยขนาดสัญญาใหญ่เกินไป
และจงจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน เช่น ตัวอย่างด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันไปตามสภาพตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีแนวโน้มขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเทรดระหว่างวัน (intraday)
