logo

FX.co ★ Bitcoin เตรียมพุ่งสู่ระดับ 1 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ AI อาจเผชิญภาวะล่มสลายครั้งใหญ่

Bitcoin เตรียมพุ่งสู่ระดับ 1 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ AI อาจเผชิญภาวะล่มสลายครั้งใหญ่

Bitcoin และ Ethereum พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ใหม่ การตัดสินใจของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ในการขยายขนาดโครงการซื้อคืนพันธบัตร ได้จุดชนวนให้ตลาดคริปโตทะยานขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายวันที่ผ่านมาเรายังคงตั้งคำถามว่า แรงบวกจากปัจจัยเพียงตัวเดียวนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน แก่นแท้แล้ว เหตุการณ์นี้เปรียบได้กับ “หงส์ดำ” ที่โผล่มาในจังหวะที่ไม่คาดคิดที่สุด แม้ทั้งสองสกุลเงินดิจิทัลจะปรับตัวขึ้นแรง แต่เรายังไม่เชื่อว่ารอบขาลงได้จบสิ้นลงแล้ว ภาพพื้นฐานของตลาดคริปโตยังคงอ่อนแอ เราไม่เห็นปัจจัยรองรับสำหรับการปรับขึ้นแบบยั่งยืนของ Bitcoin และ Ethereum แนวโน้มของตลาดคริปโตโดยรวมดูสดใสขึ้นก็จริง แต่เราขอเตือนนักเทรดว่า การปรับขึ้นรอบนี้อาจเป็นเพียง “การปั่นราคา” หรือการถูก “manipulation” ได้เช่นกัน

ขณะเดียวกัน Arthur Hayes หนึ่งในผู้ก่อตั้ง BitMEX ระบุว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังมุ่งหน้าไปสู่การล่มสลายที่เลี่ยงไม่ได้ และผลลัพธ์จากเหตุการณ์นั้นจะทำให้ราคา bitcoin พุ่งขึ้นไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ Hayes ชี้ว่านักลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI และบริษัทขุด (miners) ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าตนเองกำลังนำเงินไปเสี่ยงกับอะไร ผู้คนคิดว่ากำลังลงทุนใน “การปฏิวัติเทคโนโลยี” แต่ในความเป็นจริง เงินจำนวนมากกำลังถูกเทลงไปในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน Hayes เปรียบว่าฟองสบู่ AI ในตอนนี้มีลักษณะคล้ายกับวิกฤตสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2008 อย่างมาก บริษัทขนาดใหญ่กำลังลงทุนเงินกู้จำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ในกำลังประมวลผล แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าการลงทุนเหล่านี้จะคุ้มทุนหรือไม่

Hayes ยังกล่าวว่า เม็ดเงินกำลังหลั่งไหลเข้าสู่ภาคส่วน AI โดยอาศัยแรงขับเคลื่อนจากความคาดหวังและความเชื่อในผลตอบแทนระดับมหาศาลล้วน ๆ ไม่ช้าก็เร็ว ผู้เล่นในตลาดจะเริ่มเรียกร้อง “หลักฐานจริง” เพื่อมารองรับความคาดหวังดังกล่าว AI จะสามารถสร้างกำไรให้ผู้เล่นทุกฝ่ายได้จริงหรือไม่? หากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเริ่มประสบปัญหา รัฐบาลสหรัฐฯ ก็อาจจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นใหม่ ๆ และเพิ่มปริมาณเงินในระบบอีกครั้ง ผลที่ตามมาคือ เงินอาจไหลไปยังภาคส่วนอื่นของเศรษฐกิจ รวมถึงตลาดคริปโตด้วย ก่อนที่รอบขาขึ้นครั้งใหม่จะเริ่มต้น Bitcoin อาจยังมีโอกาสย่อตัวลงไปในกรอบ 50,000–60,000 ดอลลาร์ได้อีก

Bitcoin เตรียมพุ่งสู่ระดับ 1 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ AI อาจเผชิญภาวะล่มสลายครั้งใหญ่

คำแนะนำในการเทรด BTC/USD

Bitcoin ยังคงสร้างโครงสร้างขาลงต่อเนื่อง แม้จะดีดตัวแรงในสัปดาห์นี้ เรายังคงคาดว่าราคามีโอกาสปรับลงสู่บริเวณ 57,500 ดอลลาร์ (ระดับ Fibonacci 61.8% ของเทรนด์ขาขึ้นในรอบ 3 ปี) แม้ว่าระดับดังกล่าวจะถูกทดสอบไปแล้วก็ตาม เราไม่เชื่อว่าขาลงได้จบลงแล้วล่าสุด bearish FVG ถูกทำให้ใช้การไม่ได้ และพื้นที่ POI สำหรับเปิดชอร์ตในกรอบเวลาใหญ่ ๆ แทบจะหายไป อย่างไรก็ตาม บนกราฟรายสัปดาห์ การดีดตัวรอบนี้ยังสามารถถูกจัดให้เป็นเพียง “การพักตัวในเทรนด์ขาลง” ได้อยู่ เราเข้าใจดีว่าการพุ่งขึ้นรุนแรงของสกุลเงินดิจิทัลตัวหลักในตอนนี้แทบไม่ดูเหมือนการพักตัวเลย แต่ก็ยังไม่เพียงพอจะเป็นเหตุผลให้เปิดสถานะซื้อ การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีลักษณะคล้าย “การปั่นราคา” มากกว่า เนื่องจากไม่มีรูปแบบหรือสัญญาณที่ชัดเจน การเก็บสภาพคล่อง (liquidity) จากจุดสูงที่ 82,850 ดอลลาร์อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งสามารถเป็นตัวจุดชนวนให้ Bitcoin กลับตัวลง และยืนยันการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วง “sideways” หรือการแกว่งตัวในกรอบ

Bitcoin เตรียมพุ่งสู่ระดับ 1 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ AI อาจเผชิญภาวะล่มสลายครั้งใหญ่

คำแนะนำในการเทรด ETH/USD

บนกราฟรายวัน ภาพทางเทคนิคได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงภายในเวลาไม่กี่วัน Ether อาจกำลังเริ่มต้นเทรนด์ขาขึ้นรอบใหม่ แต่ในกรอบเวลา 4 ชั่วโมงและรายวัน ยังไม่มีรูปแบบขาขึ้นที่ชัดเจนให้ยึดถือได้ จริง ๆ แล้ว นักเทรดสามารถอ้างอิงได้เพียงกราฟรายสัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ว่า Ethereum อาจมีโอกาสขึ้นไปได้ถึงบริเวณ 4,800 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นขอบบนของช่องทางแกว่งตัว (sideways channel) ระยะเวลา 5 ปี อย่างไรก็ดี การจะเปิดสถานะใหม่ ตลาดจำเป็นต้อง “เย็นลง” ก่อน และสร้างรูปแบบที่ชัดเจนชุดใหม่ขึ้นมา บนกราฟรายวัน FVG ฝั่งขายที่ใกล้ที่สุดได้ถูก “เคลียร์” ไปแล้ว แต่ FVG นั้นเป็นของเทรนด์ก่อนหน้า หากก่อให้เกิดปฏิกิริยาในตลาด ก็มีแนวโน้มสูงว่าจะเป็นเพียงการเคลื่อนไหวเพื่อปรับฐาน (corrective) นอกจากนี้ ควรจับตาความเป็นไปได้ของการเก็บสภาพคล่องจากจุดสูงวันที่ 17 เมษายน ขณะเดียวกัน Bitcoin ก็อาจเคลียร์สภาพคล่องจากจุดสูงที่เห็นได้ชัดในไม่ช้า และมีความเป็นไปได้ที่ทั้งสองเหรียญจะเข้าสู่การเคลื่อนไหวในกรอบ sideways

คำอธิบายสัญลักษณ์บนกราฟ

CHOCH หมายถึงการเปลี่ยนทิศทาง / การเบรกโครงสร้างของเทรนด์ (Change Of Character) Liquidity หมายถึง Stop-Loss ของนักเทรด ซึ่ง market-maker ใช้เป็นแหล่งสภาพคล่องเพื่อสร้างสถานะของตนเอง FVG คือ Fair Value Gap (บริเวณช่องว่างของราคา หรือบริเวณที่ราคาเคลื่อนไหวอย่างไม่มีประสิทธิภาพ) ราคามักเคลื่อนผ่านบริเวณเหล่านี้อย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงการขาดหายไปของฝั่งใดฝั่งหนึ่งในตลาด และในภายหลังราคามักวกกลับมาที่โซนดังกล่าวและแสดงปฏิกิริยากับมัน IFVG คือ Inverted Fair Value Gap เมื่อราคากลับเข้าสู่โซนดังกล่าวแล้วไม่เกิดการเด้งกลับ แต่ทะลุผ่านไปอย่างเร่งตัว และหลังจากนั้นจึงย้อนกลับมาทดสอบจากอีกด้านหนึ่ง

OB หมายถึง Order Block คือแท่งเทียนที่ market-maker เปิดสถานะเพื่อเก็บเกี่ยวสภาพคล่อง จากนั้นจึงพลิกกลับมาสร้างสถานะในทิศทางตรงข้าม

*การวิเคราะห์ตลาดตามนี้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคุณ แต่ไม่ได้เป็นการชี้แนะแนวทางในการซื้อขาย T
ไปที่หน้ารวมบทความ ไปที่บทความของผู้เขียน เปิดบัญชีเทรด