logo

FX.co ★ ตลาดยังคงสงบต่อโอกาสการปรับอัตราดอกเบี้ย ขณะที่การย่อตัวของ Bitcoin ดูเป็นการปรับฐานเชิงเทคนิค มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

ตลาดยังคงสงบต่อโอกาสการปรับอัตราดอกเบี้ย ขณะที่การย่อตัวของ Bitcoin ดูเป็นการปรับฐานเชิงเทคนิค มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ดูเหมือนจะปิดฉากความคาดหวังของผู้ที่ยังยึดถือมุมมองว่า Crypto จะปรับตัวขึ้นตามการหยุดขึ้นดอกเบี้ยของ Fed อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไปในตลาดอัตราดอกเบี้ย จะเห็นภาพที่สงบกว่าที่การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin สะท้อนออกมา

ตลาดยังคงสงบต่อโอกาสการปรับอัตราดอกเบี้ย ขณะที่การย่อตัวของ Bitcoin ดูเป็นการปรับฐานเชิงเทคนิค มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

ปัจจุบัน CME FedWatch Tool ให้น้ำหนักความเป็นไปได้ราว 58% ต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดฐานในเดือนกันยายน สู่ระดับ 3.75–4.00% ซึ่งแทบไม่ต่างจากความคาดหวังของเทรดเดอร์เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า ก่อนการเปิดเผยตัวเลขเมื่อวันศุกร์ ความแตกต่างนี้สะท้อนภาพชัด: ผู้เล่นในตลาดที่มีเงินจริงเสี่ยงอยู่ยังไม่รีบปรับราคาใหม่ ขณะที่กระแสบนโซเชียลมีเดียและนักวิเคราะห์บางส่วนกลับมีมุมมอง “สายเหยี่ยว” มากขึ้น ความแตกต่างระหว่างการคำนวณเรื่องดอกเบี้ยที่ค่อนข้างนิ่ง กับการเคลื่อนไหวของ Bitcoin ที่ผันผวนอย่างรุนแรง บ่งชี้ว่าการเทขายรอบล่าสุดมีลักษณะของการไหลเกินด้วยอารมณ์และเป็นการปรับฐานที่จำเป็น มากกว่าจะเป็นการปรับราคาให้สอดคล้องกับความเสี่ยงเชิงมหภาคอย่างมีเหตุผล

การขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนถูก “ล็อก” ไว้แล้วหรือยัง? ยังไม่ใช่ ความน่าจะเป็น 58% คือโอกาสที่มีน้ำหนัก แต่ไม่ใช่ความแน่นอน และตัวเลขนี้สามารถลดลงได้รวดเร็ว หากตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมที่จะออกวันที่ 11 กันยายนออกมาต่ำกว่าคาด รายงาน CPI ฉบับนั้น—not Friday's payrolls—จึงกลายเป็นปัจจัยเร่งสำคัญตัวจริงก่อนการประชุม Fed เดือนกันยายน

จากภาพนี้ทำให้มอง Bitcoin ในสัปดาห์ข้างหน้าได้ตามตรรกะตรงไปตรงมา หากตัวเลข CPI วันที่ 11 กันยายนออกมาอ่อนกว่าคาด ราคา Bitcoin มีโอกาสดีดกลับขึ้นไปใกล้จุดสูงสุดล่าสุด เพราะจะตัดเหตุผลหลักของฝ่ายสายเหยี่ยวทิ้ง และช่วยยืนยันมุมมองของผู้ที่มองว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย ในทางกลับกัน หากเงินเฟ้อออกมาร้อนแรง Fed จะมีเหตุผลเชิงทางการมากขึ้นในการเข้มงวดด้านนโยบาย และจะกดดัน Bitcoin หนักกว่าการย่อตัวลงมาบริเวณ 78,700–79,400 ดอลลาร์ในปัจจุบัน เพราะจะไม่ใช่แค่การปรับ “ความคาดหวัง” แต่รวมถึง “ความน่าจะเป็นจริง” บน CME FedWatch ด้วย ดังนั้น ตัวเลขเงินเฟ้อ—not headlines—จึงน่าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางระยะสั้นของ Bitcoin ไปจนถึงการตัดสินใจของ Fed ในวันที่ 16 กันยายน

มุมมองทางเทคนิค

ตลาดยังคงสงบต่อโอกาสการปรับอัตราดอกเบี้ย ขณะที่การย่อตัวของ Bitcoin ดูเป็นการปรับฐานเชิงเทคนิค มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

วันนี้ Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ ๆ ระหว่าง 79,100 ดอลลาร์ถึง 79,800 ดอลลาร์ แผนการเทรดสำหรับวันนี้จึงถูกวางไว้รอบ ๆ สองสมมติฐานที่ตรงข้ามกันคือ การเบรกเอาต์ (breakout) และการถูกปฏิเสธที่ขอบของกรอบราคา หากราคาขึ้นไปถึงบริเวณ 79,500 ดอลลาร์และพยายามเบรกขึ้นไปด้านบน ผมจะเปิดสถานะ Long โดยตั้งเป้าหมายทำกำไรที่ 79,800 ดอลลาร์ ปิดทำกำไรที่ระดับนั้น แล้วจึงกลับตัวมาเปิด Short จากการย่อตัวลง เพราะการเคลื่อนไหวที่รุนแรงหลังการเบรกเอาต์มักจะหมดแรงลงที่แนวต้านถัดไปในระยะใกล้ ก่อนเข้าเทรดตามแผนนี้ จำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขสองข้อพร้อมกันคือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันต้องยังคงอยู่ต่ำกว่าราคา ณ ปัจจุบัน เพื่อยืนยันภาพรวมขาขึ้นในระยะกลาง และ Awesome Oscillator ต้องอยู่เหนือเส้นศูนย์ เพื่อบอกให้เห็นว่าโมเมนตัมฝั่งซื้อยังคงแข็งแรง ไม่ใช่การขึ้นแบบแรงเหือดหาย

สถานการณ์ Long แบบที่สองเป็นภาพตรงกันข้าม: หากราคาลงไปถึงขอบล่างที่ 79,100 ดอลลาร์ แต่ตลาดไม่แสดงน้ำหนักหรือความชัดเจนในการหลุดลงต่ำกว่าแนวรับดังกล่าว สามารถตีความได้ว่าเป็นการหลอกลง (false move) และอาจเปิด Long จากระดับนั้น โดยตั้งเป้าหมายกลับขึ้นมาที่ 79,500 ดอลลาร์ และต่อเนื่องไปที่ 79,800 ดอลลาร์

การเปิด Short บน Bitcoin ก็เป็นภาพสะท้อนของฝั่ง Long เพียงแค่กลับทิศเท่านั้น เมื่อราคาลงแตะ 79,100 ดอลลาร์และยืนยันการหลุดลงด้านล่าง ผมจะเปิดขาย (Short) โดยตั้งเป้าหมายที่ 78,700 ดอลลาร์ และที่ระดับนั้นจะมองหาจุดกลับตัวเปิด Long ตามการดีดกลับขึ้น เพราะทั้งการลงและการขึ้นมักจะไม่เดินหน้าต่อเนื่องโดยไม่มีการย่อตัวหรือพักฐานทันที หลังแตะเป้าหมายหลักครั้งแรก เงื่อนไขการเข้าเทรดในกรณีนี้ก็มีสองข้อเช่นกัน คือ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันต้องอยู่เหนือราคา เพื่อยืนยันภาพรวมขาลง และ Awesome Oscillator ต้องลงไปอยู่ในแดนลบ ส่วนสถานการณ์ Short แบบที่สองตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าราคาถูกปฏิเสธจากขอบบนที่ 79,500 ดอลลาร์โดยไม่สามารถเบรกขึ้นไปต่อได้ ซึ่งจะเปิดทางให้เปิด Short ลงไปหาสองเป้าหมายด้านล่างคือ 79,100 ดอลลาร์ และ 78,700 ดอลลาร์ตามลำดับ

ตลาดยังคงสงบต่อโอกาสการปรับอัตราดอกเบี้ย ขณะที่การย่อตัวของ Bitcoin ดูเป็นการปรับฐานเชิงเทคนิค มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง

วันนี้ Ether เคลื่อนไหวในกรอบที่แคบลงเล็กน้อยที่ระดับ $2,475–2,510 แต่ตรรกะการเทรดเหมือนกับของ Bitcoin ทุกประการ เพียงแค่ปรับสเกลให้เข้ากับระดับราคา Ether การเปิดสถานะซื้อแบบ Breakout พิจารณาที่ $2,493 โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ $2,510 ตามแผนจะปิดทำกำไรที่ระดับนั้นและเปิดสถานะ Short ทันทีเมื่อเกิดการย่อตัวกลับลงมา โดยให้เข้าออเดอร์นี้เฉพาะเมื่อมีเงื่อนไขกรองสัญญาณเหมือนเดิมครบถ้วน ได้แก่ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน (50-day MA) อยู่ต่ำกว่าราคา และค่า Awesome Oscillator อยู่เหนือศูนย์ อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการเปิด Long คือที่แนวรับล่างบริเวณ $2,481 หากการหลุดลงต่ำกว่าระดับนี้ไม่มีแรงตาม (หลุดแล้วดีดกลับทันที ไม่ยืนยันขาลง) โดยใช้เป้าหมายราคาเดิมที่ $2,493 และ $2,510

สำหรับฝั่ง Short จะเริ่มที่ $2,481 โดยมีเป้าหมายที่ $2,465 และตามแผนให้ปิดสถานะ Short แล้วกลับมาเปิดสถานะซื้อทันทีหากเกิดการดีดตัวขึ้นมา เงื่อนไขการเข้า Short เป็นภาพสะท้อนกลับของฝั่ง Long: เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันต้องอยู่เหนือราคารปัจจุบัน และค่า Awesome Oscillator ต้องติดลบ กลยุทธ์ Short แบบที่สองคือการขายเมื่อเกิดการ Breakout ขาขึ้นเหนือ $2,493 แล้วไม่สามารถยืนได้ (หลุดขึ้นไปแล้วกลับลงมา) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ราคาลงไปทดสอบเป้าหมายด้านล่างทั้งสองระดับตามลำดับ

ให้สังเกตว่าอินดิเคเตอร์ทั้งสองตัว—เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่และ Awesome Oscillator—ถูกใช้เป็นตัวกรองเพื่อลดสัญญาณหลอก ไม่ใช่ตัวชี้นำให้เข้าเทรดโดยลำพัง การเปิดออเดอร์ควรทำก็ต่อเมื่อมีการยืนยันจากการเคลื่อนไหวของราคาจริง ๆ ที่ระดับที่กำหนด ไม่ใช่เปิดล่วงหน้าอิงจากค่าปัจจุบันของอินดิเคเตอร์เพียงอย่างเดียว

*การวิเคราะห์ตลาดตามนี้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคุณ แต่ไม่ได้เป็นการชี้แนะแนวทางในการซื้อขาย T
ไปที่หน้ารวมบทความ ไปที่บทความของผู้เขียน เปิดบัญชีเทรด