รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดเงินเยนญี่ปุ่น
การทดสอบราคาแถว 153.50 เกิดขึ้นในจังหวะที่อินดิเคเตอร์ MACD เริ่มขยับขึ้นจากเส้นศูนย์ ยืนยันจุดเข้าเทรดฝั่งซื้อดอลลาร์ที่เหมาะสม ส่งผลให้คู่สกุลเงินปรับตัวขึ้นประมาณ 30 จุด (pips)
การขาดปัจจัยสำคัญจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบกับสัญญาณเชิงเข้มงวดจากธนาคารกลางญี่ปุ่นกดดันค่าเงินดอลลาร์และช่วยพยุงค่าเงินเยนเมื่อวานนี้ ครั้งนี้แหล่งข่าวมาจากกรรมการบอร์ด Kazuyuki Masu ซึ่งระบุว่าธนาคารกลางมีความตั้งใจจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป เพื่อไม่ให้เงินเฟ้อทะยานขึ้นไปเหนือระดับ 2% อย่างมีนัยสำคัญ และยังมองว่าสภาพการเงินในปัจจุบันยังคงผ่อนคลายอยู่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายสะท้อนความเข้มงวดด้านนโยบายการเงิน และถ้อยแถลงลักษณะนี้ยิ่งตอกย้ำมุมมองของตลาดที่คาดกันอย่างกว้างขวางว่า ต้นทุนการกู้ยืมในญี่ปุ่นจะปรับขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยสรุปคือ ตอนนี้แทบทุกคนคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยไว้แล้ว และคำพูดของ Masu ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นนั้นแข็งแรงขึ้น
สิ่งสำคัญคือ มาตรการดังกล่าวไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นการปรับขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรต่อเนื่อง Masu ระบุว่า การทำให้สภาวะการเงินกลับสู่ภาวะปกติ (normalization) จำเป็นต้องมีการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพื่อดันอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้เข้าอยู่ในกรอบเป็นกลางอย่างมั่นคง ซึ่งประเมินไว้คร่าว ๆ ระหว่าง 1.1% ถึง 2.5% สัปดาห์หน้า ธนาคารกลางมีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐานสู่ระดับ 1.25% และผมมองว่านั่นเป็นเพียงระยะเริ่มต้นของเส้นทางนโยบายที่เข้มงวดขึ้น แนวโน้มการปรับดอกเบี้ยขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังช่วยลดช่องว่างของนโยบายระหว่าง BOJ กับ Federal Reserve ที่ยังระมัดระวังต่อการผ่อนคลายนโยบาย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินเยน
ผมมองว่า ตราบใดที่ตลาดยังคงสะท้อนการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยไว้ในราคา และมองเห็นว่า BOJ พร้อมจะเดินหน้าต่อ ค่าเงินเยนจะยังมีฐานที่มั่นคงสำหรับการแข็งค่าต่อไป
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการเทรดตาม Scenario ที่ 1 และ Scenario ที่ 2 เป็นหลัก

สถานการณ์สำหรับการเปิดสถานะซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อคู่เงิน USD/JPY หากราคาลงมาถึงบริเวณจุดเข้าใกล้ 153.72 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายให้ราคาปรับขึ้นไปที่ 154.29 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) บริเวณราคา 154.29 ฉันมีแผนจะปิดสถานะซื้อทั้งหมด และเปิดสถานะขายในทิศทางตรงกันข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวสวนทางจากระดับนั้นประมาณ 30–35 จุดหรือ pips) การกลับมาเปิดสถานะซื้ออีกครั้งควรรอให้เกิดการย่อตัวหรือการปรับฐานที่มีนัยสำคัญก่อน สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะซื้อ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันหัวขึ้นจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะซื้อคู่เงิน USD/JPY เช่นกัน หากเกิดการทดสอบแนวรับที่ระดับ 153.41 ติดต่อกันสองครั้ง ในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตขายมากเกินไป (oversold) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะลงต่อ และมีแนวโน้มพลิกตัวขึ้น หนึ่งอาจคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับด้านตรงข้ามที่ 153.72 และ 154.29
สถานการณ์สำหรับการเปิดสถานะขาย
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขายคู่เงิน USD/JPY ก็ต่อเมื่อระดับราคา 153.41 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ถูกทะลุลงไป ซึ่งจะนำไปสู่การร่วงลงของราคาอย่างรวดเร็ว เป้าหมายสำคัญของฝั่งผู้ขายจะอยู่ที่ระดับ 152.88 ซึ่งฉันวางแผนจะปิดสถานะขายทั้งหมด และเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงกันข้ามทันที (คาดหวังการเคลื่อนไหวสวนทางจากระดับนั้นประมาณ 20–25 จุดหรือ pips) ผู้ขายสามารถกลับเข้ามาในตลาดได้ทุกเมื่อ — เราเพียงแค่ต้องรอ “สัญญาณใด ๆ” จากธนาคารกลางเท่านั้น สำคัญ! ก่อนเปิดสถานะขาย ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มหันหัวลงจากบริเวณนั้น
สถานการณ์ที่ 2: วันนี้ฉันวางแผนจะเปิดสถานะขายคู่เงิน USD/JPY เช่นกัน หากเกิดการทดสอบแนวต้านที่ระดับ 153.72 ติดต่อกันสองครั้ง ในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขตซื้อมากเกินไป (overbought) ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นต่อ และมีแนวโน้มพลิกตัวลง หนึ่งอาจคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับด้านตรงข้ามที่ 153.41 และ 152.88

สิ่งที่ควรสังเกตบนกราฟ:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะฝั่งซื้อของตราสารที่ต้องการเทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับราคาประเมินที่สามารถตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นไปสูงกว่าระดับนี้มีไม่มาก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ระดับราคาเปิดสถานะฝั่งขายของตราสารที่ต้องการเทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับราคาประเมินที่สามารถตั้ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากโอกาสที่ราคาจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้มีไม่มาก;
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อต้องการเข้าเทรด ควรพิจารณาโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) และขายมากเกินไป (Oversold) ประกอบด้วย
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการตัดสินใจเข้าเทรด โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนการประกาศตัวเลขปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เพื่อลดโอกาสที่จะติดอยู่ในช่วงที่ราคาผันผวนรุนแรง หากคุณตัดสินใจจะเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (Stop Order) ทุกครั้งเพื่อลดความเสียหาย หากไม่มีการตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน คุณอาจสูญเสียเงินฝากทั้งบัญชีได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีการจัดการความเสี่ยง (Money Management) และใช้ขนาดสัญญา (Volume) ใหญ่เกินไป
นอกจากนี้ ควรจำไว้เสมอว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอาศัยสภาวะตลาดในขณะนั้นเพียงอย่างเดียว มักจะเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (Intraday Trader)
