การวิเคราะห์การเทรดและคำแนะนำการเทรดสำหรับยูโร
การทดสอบราคาแถว 1.1629 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวลงมาต่ำกว่าเส้นศูนย์ค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งจำกัดศักยภาพการปรับตัวลงต่อของคู่เงินนี้ ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่ขายยูโร
รายงานเดือนสิงหาคมยืนยันการเร่งตัวของเงินเฟ้อเยอรมนีขึ้นมาที่ 2.9% เมื่อเทียบรายปี และประมาณการเบื้องต้นก็ได้รับการยืนยันเต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาโครงสร้างในรายละเอียดจะเห็นว่าการเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกขับเคลื่อนเกือบทั้งหมดโดยราคาพลังงาน ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นของราคาที่แพร่หลายไปทั้งระบบ ในมุมมองของผม นี่เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะแรงกดดันเงินเฟ้อรอบนี้มาจากปัจจัยภายนอก มากกว่าจะมาจากปัจจัยภายในประเทศที่แท้จริง ทั้งนี้ควรสังเกตว่าค่าไฟฟ้า แก๊ส และทำความร้อนของครัวเรือนยังลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วจากมาตรการของรัฐบาล ขณะที่มีเพียงราคาน้ำมันเบนซินที่อยู่ในระดับสูงซึ่งดันตัวเลขรวมให้เพิ่มขึ้น พูดอีกแบบคือ ทางการมีมาตรการควบคุมอัตราค่าบริการสาธารณูปโภค แต่ไม่สามารถควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ สำหรับ ECB ซึ่งกำลังขึ้นดอกเบี้ยไปที่ 2.5% ในวันนี้ นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่าปัจจัยด้านพลังงานยังคงสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้ออยู่
ชัดเจนว่ายูโรจะต้องเจอช่วงครึ่งวันหลังที่เข้มข้น เพราะนอกจากการประชุมของ ECB เองแล้ว ตลาดยังจะได้รับข้อมูลสำคัญของสหรัฐ ทั้งดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดขายบ้านมือสอง และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ดัชนีราคาผู้ผลิตสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะต้น ก่อนที่ราคาจะส่งต่อถึงผู้บริโภค ดังนั้นหากตัวเลขเบี่ยงเบนจากที่คาดไว้ ก็อาจเปลี่ยนแปลงความคาดหวังต่อนโยบายของ Fed ได้อย่างมีนัยสำคัญ เรื่องนี้น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับผม เพราะดอลลาร์ดูอ่อนค่าในช่วงหลัง และตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจค่อนข้างน้อย
มุมมองต่อค่าเงินสกุลเดียวมีดังนี้: หากเงินเฟ้อสหรัฐออกมาสูงกว่าคาด ความต้องการถือดอลลาร์อาจกลับมา ซึ่งจะจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของคู่เงิน EUR/USD อย่างไรก็ตาม โทนการสื่อสารของ ECB และ Lagarde จะเป็นตัวกำหนดทิศทางหลักของคู่เงินในวันนี้ ขณะที่ข้อมูลจากสหรัฐจะมีน้ำหนักรองลงมา ผมมองว่าหากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาอ่อนกว่าคาด และธนาคารกลางส่งสัญญาณเชิงเข้มงวด ยูโรจะมีโอกาสปรับขึ้นได้ดี ขณะที่ตัวเลข PPI ที่แข็งแกร่งอาจช่วยให้ดอลลาร์ฟื้นตัวจากการอ่อนค่าช่วงหลังได้บางส่วน
สำหรับกลยุทธ์ระหว่างวัน ผมจะให้ความสำคัญกับการดำเนินการตาม Scenario ที่ 1 และที่ 2 มากกว่า

สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: วันนี้สามารถซื้อยูโรได้เมื่อราคาขึ้นไปถึงบริเวณ 1.1639 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 1.1675 ที่ระดับ 1.1675 ผมมีแผนจะออกจากตลาด และเปิดสถานะขายยูโรในทิศทางตรงข้าม โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 30–35 จุดจากจุดเปิดออเดอร์ การปรับขึ้นของยูโรในวันนี้มีโอกาสเกิดขึ้นหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอ่อนแอเท่านั้น สำคัญ! ก่อนเข้าซื้อ ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวขึ้นจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะซื้อยูโรวันนี้ หากราคาทดสอบระดับ 1.1616 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนขายมากเกินไป (oversold) สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงิน และเอื้อต่อการกลับตัวขึ้นด้านบน สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1639 และ 1.1675 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขายยูโรหลังจากที่ราคาขึ้นไปถึงระดับ 1.1616 (เส้นสีแดงบนกราฟ) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ระดับ 1.1584 ซึ่งที่ระดับดังกล่าวผมมีแผนจะออกจากตลาดและกลับมาซื้อทันทีในทิศทางตรงข้าม โดยคาดหวังการเคลื่อนไหวประมาณ 20–25 จุดในทิศทางกลับจากระดับนั้น แรงกดดันขาลงของคู่เงินจะกลับมา หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง สำคัญ! ก่อนเข้าขาย ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มปรับตัวลงจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขายยูโรวันนี้ หากราคาทดสอบระดับ 1.1639 สองครั้งติดต่อกัน ในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในโซนซื้อมากเกินไป (overbought) สถานการณ์นี้จะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของคู่เงิน และเอื้อต่อการกลับตัวลงด้านล่าง สามารถคาดหวังการปรับตัวลงไปยังระดับฝั่งตรงข้ามที่ 1.1616 และ 1.1584 ได้

สิ่งที่แสดงบนกราฟ:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – แสดงระดับราคาเข้าซื้อที่สามารถเปิดสถานะซื้อของตราสารที่ทำการเทรดได้
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – แสดงระดับราคาโดยประมาณที่สามารถตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสไม่มากที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปเหนือระดับนี้ต่อไป
- เส้นสีแดงเส้นบาง – แสดงระดับราคาเข้าขายที่สามารถเปิดสถานะขายของตราสารที่ทำการเทรดได้
- เส้นสีแดงเส้นหนา – แสดงระดับราคาโดยประมาณที่สามารถตั้งคำสั่ง Take Profit หรือปิดทำกำไรด้วยตนเองได้ เนื่องจากมีโอกาสไม่มากที่ราคาจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับนี้ต่อไป
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ควรให้ความสำคัญกับโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold)
สำคัญมาก เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex ควรระมัดระวังอย่างยิ่งในการตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนการประกาศรายงานปัจจัยพื้นฐานสำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการเทรดเพื่อไม่ให้เผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนรุนแรงของอัตราแลกเปลี่ยน หากคุณตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีการประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop orders) ทุกครั้งเพื่อจำกัดการขาดทุน หากไม่มีการตั้ง stop orders คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมและใช้ขนาดสัญญาเทรดที่ใหญ่เกินไป
และโปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างที่นำเสนอไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันตามสภาพตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีแผนที่ชัดเจน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ล้มเหลวในเชิงพื้นฐานสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน (intraday trader)
