รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดสำหรับเงินปอนด์อังกฤษ
การทดสอบราคาแถว 1.3513 เกิดขึ้นในช่วงที่อินดิเคเตอร์ MACD เคลื่อนตัวลงลึกไปต่ำกว่าเส้นศูนย์มากแล้ว ซึ่งจำกัดโอกาสที่คู่สกุลเงินจะปรับตัวลงต่อ
เมื่อวานนี้ค่าเงินดอลลาร์ดีดตัวขึ้นแรงหลังการประกาศตัวเลขราคาผู้ผลิต (Producer Price) ของสหรัฐ ซึ่งบ่งชี้ชัดเจนถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น โดยอินดิเคเตอร์ปรับขึ้น 0.4% ในเดือนสิงหาคม เทียบกับ 0.1% ในเดือนกรกฎาคม อัตรารายปีเร่งขึ้นมาที่ 5.4% และ Core อยู่ที่ 4.7% ปัจจัยทั้งหมดนี้ช่วยเพิ่มโอกาสในสายตาตลาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้
อย่างไรก็ดี วันนี้ฝั่งฝั่งซื้อ (bulls) ยังมีโอกาสตอบโต้ เนื่องจากในช่วงครึ่งแรกของวันจะมีการประกาศข้อมูลสำคัญจากสหราชอาณาจักร ได้แก่ ตัวเลข GDP การผลิตภาคอุตสาหกรรม และดุลการค้า โดย GDP เป็นตัวชี้หลักเพราะสะท้อนอัตราการเติบโตโดยตรง และผ่านความคาดหวังต่ออัตราดอกเบี้ยของ Bank of England จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของเงินปอนด์ ขณะที่ตัวเลขการผลิตและดุลการค้าจะช่วยเติมเต็มภาพรวมของภาคเศรษฐกิจจริง ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่ารายงาน GDP ครั้งก่อนชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัว และการเติบโตส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนโดยภาคบริการ ดังนั้นตัวเลขวันนี้จึงมีความสำคัญเป็นพิเศษในการประเมินว่าทิศทางที่เปราะบางดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่
ในมุมมองของผม เงินปอนด์มีโอกาสปรับขึ้นได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างชัดเจนเท่านั้น เพราะต้องอาศัยตัวเลขเชิงบวกที่แข็งแกร่งจึงจะสามารถเอาชนะแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นได้ หากตัวเลขออกมาน่าผิดหวังหรือสอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ ฝั่งขายจะยังคงครองความได้เปรียบ โดยเฉพาะเมื่อยังมีรายงานเงินเฟ้อของสหรัฐรออยู่ข้างหน้า
สำหรับกลยุทธ์การเทรดระหว่างวัน ผมจะให้น้ำหนักกับสถานการณ์ตามฉากทัศน์ที่ 1 และ 2 เป็นหลัก

สถานการณ์สำหรับการเปิดสถานะซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะซื้อคู่เงินปอนด์วันนี้ หากราคาขึ้นไปถึงจุดเข้าใกล้บริเวณ 1.3517 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยตั้งเป้าการขึ้นไปที่ระดับ 1.3548 (เส้นสีเขียวเส้นหนาบนกราฟ) บริเวณ 1.3548 ผมมีแผนจะปิดสถานะซื้อ และเปิดสถานะขายในทิศทางตรงข้าม (คาดหวังการเคลื่อนไหวลงประมาณ 30–35 pips จากระดับนั้น) คาดว่าปอนด์จะปรับขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดี สิ่งสำคัญ: ก่อนเปิดสถานะซื้อ ให้แน่ใจว่า MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันหัวขึ้นจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะซื้อปอนด์วันนี้ หากระดับ 1.3502 ถูกทดสอบต่อเนื่องกันสองครั้ง ในขณะที่ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการลงต่อของคู่เงินนี้ และนำไปสู่การกลับทิศขึ้น สามารถคาดหวังการเคลื่อนไหวขึ้นไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.3517 และ 1.3548
สถานการณ์สำหรับการเปิดสถานะขาย
สถานการณ์ที่ 1: ผมมีแผนจะขายปอนด์วันนี้ หลังจากที่ระดับ 1.3502 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ถูกทะลุลง ซึ่งจะนำไปสู่การร่วงลงอย่างรวดเร็วของคู่เงิน เป้าหมายหลักของฝั่งขายจะอยู่ที่ 1.3472 ซึ่งเป็นบริเวณที่ผมวางแผนจะปิดสถานะขาย และเปิดสถานะซื้อในทิศทางตรงข้ามทันที (คาดหวังการดีดกลับขึ้นประมาณ 20–25 pips จากระดับนั้น) ข่าวร้ายจะทำให้แรงกดดันต่อปอนด์กลับมาอีกครั้ง สิ่งสำคัญ: ก่อนเปิดสถานะขาย ให้แน่ใจว่า MACD อยู่ต่ำกว่าเส้นศูนย์และเพิ่งเริ่มหันหัวลงจากระดับนั้น
สถานการณ์ที่ 2: ผมยังมีแผนจะขายปอนด์วันนี้ หากระดับ 1.3517 ถูกทดสอบต่อเนื่องกันสองครั้ง ในขณะที่ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับขึ้นต่อของคู่เงิน และกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลง คาดว่าจะเห็นการปรับตัวลงไปยังระดับตรงข้ามที่ 1.3502 และ 1.3472

สิ่งที่ควรสังเกตบนกราฟ:
- เส้นสีเขียวเส้นบาง – ราคาที่ใช้เป็นจุดเข้าเพื่อเปิดสถานะซื้อของตราสารที่ต้องการเทรด;
- เส้นสีเขียวเส้นหนา – ระดับราคาประมาณการที่สามารถตั้ง Take Profit หรือปิดออเดอร์เพื่อทำกำไรด้วยตัวเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวขึ้นไปได้สูงกว่าระดับนี้มากนัก;
- เส้นสีแดงเส้นบาง – ราคาที่ใช้เป็นจุดเข้าเพื่อเปิดสถานะขายของตราสารที่ต้องการเทรด;
- เส้นสีแดงเส้นหนา – ระดับราคาประมาณการที่สามารถตั้ง Take Profit หรือปิดออเดอร์เพื่อทำกำไรด้วยตัวเองได้ เนื่องจากมีโอกาสน้อยที่ราคาจะปรับตัวลงไปต่ำกว่าระดับนี้มากนัก;
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด ควรคำนึงถึงโซนที่มีภาวะซื้อมากเกินไป (overbought) และขายมากเกินไป (oversold) ด้วย
สำคัญ: เทรดเดอร์มือใหม่ในตลาด Forex จำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อตัดสินใจเข้าเทรด โดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดก่อนการประกาศตัวเลขสำคัญด้านปัจจัยพื้นฐาน เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาอย่างรุนแรง หากคุณตัดสินใจจะเทรดในช่วงประกาศข่าว ควรตั้งคำสั่งหยุดขาดทุน (stop orders) ทุกครั้งเพื่อลดการขาดทุนให้เหลือน้อยที่สุด เพราะหากไม่มีคำสั่งหยุดขาดทุน คุณอาจสูญเสียเงินในบัญชีทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากคุณไม่ใช้หลักการบริหารเงิน (money management) และเปิดออเดอร์ด้วยขนาดที่ใหญ่เกินไป
นอกจากนี้ โปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจน คล้ายกับตัวอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอิงจากสภาพตลาด ณ ขณะนั้นเพียงอย่างเดียว มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับสายเทรดรายวัน (intraday traders)
