S&P 500 คืนกำไรระหว่างวัน ปิดลบหลังจากหุ้น Apple และ Tesla ร่วงลง

ช่วงการซื้อขายในสหรัฐฯ ปิดตลาดโดยที่ดัชนี S&P 500 ติดลบ หลังไม่สามารถยืนบนบรรยากาศเชิงบวกก่อนหน้าได้ แรงกดดันหลักมาจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Apple และ Tesla โดยการเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นจากภาวะปริมาณการซื้อขายเบาบาง กิจกรรมการซื้อขายลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งโดยทั่วไปมักทำให้การแกว่งตัวของราคาเด่นชัดขึ้น
ปัจจัยลบอีกประการหนึ่งมาจากพฤติกรรมของสถาบันการลงทุน ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรง กองทุนเฮดจ์ฟันด์เริ่มเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในระดับที่เข้าใกล้สถิติ พร้อมเร่งลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน ความระมัดระวังต่อหุ้นขนาดใหญ่เช่นนี้บ่งชี้ถึงความผันผวนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง — ซึ่งเป็นภาวะที่เทรดเดอร์สามารถติดตามได้ผ่านเครื่องมือของ InstaForex ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลิงก์นี้
Intel พุ่งในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด หลัง HSBC ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็นสองเท่า

หุ้น Intel ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนเปิดตลาด โดยบวกขึ้น 5.2% หลังจากทีมวิเคราะห์ของ HSBC ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้น 100% มาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อหุ้น
HSBC ระบุว่าปัจจัยหลักที่หนุนการปรับเพิ่มมูลค่าหุ้นครั้งนี้ มาจากความก้าวหน้าของ Intel ในการพัฒนาและต่อยอดเชิงพาณิชย์โซลูชันด้าน AI ขณะเดียวกัน ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งใหม่กับ Google Cloud ก็ถูกยกให้เป็นอีกแรงสนับสนุน สะท้อนให้เห็นถึงสถานะการแข่งขันที่ดีขึ้นในเทคโนโลยีด้านคลาวด์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากลิงก์
ฟิวเจอร์ส Nasdaq 100 ดีดตัวตามหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หนุนด้วยความหวังต่อหุ้นเทคโนโลยี
การซื้อขายฟิวเจอร์สแสดงให้เห็นถึงมุมมองเชิงบวกที่ค่อนข้างมั่นคงในดัชนี Nasdaq 100 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ นักลงทุนกำลังคาดหวังว่าฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่จะมาถึงของหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่จะยืนยันให้เห็นถึงอัตรากำไรที่ยังคงแข็งแกร่งและความต้องการโซลูชันดิจิทัลที่ต่อเนื่อง
การเริ่มต้นของฤดูกาลรายงานผลประกอบการจะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และอาจกำหนดทิศทางในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านขาขึ้นสำหรับหุ้นเติบโต ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากลิงก์
Boeing ได้รับอำนาจการรับรองตนเองกลับคืน หุ้นพุ่งขึ้น

สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐฯ (US Federal Aviation Administration) ได้คืนอำนาจอย่างเป็นทางการให้ Boeing ในการรับรองความปลอดภัยเครื่องบินของตนเองแล้ว การประกาศดังกล่าวได้รับการตอบรับในเชิงบวกจากตลาด โดยหุ้น Boeing ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1% ในช่วงการซื้อขายแรกของวัน
การตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแลครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น หลังจากเผชิญวิกฤตด้านความปลอดภัยที่ยืดเยื้อมายาวนาน ขณะนี้ Boeing คาดว่าจะเร่งเพิ่มปริมาณการส่งมอบเครื่องบินให้เข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเร่งกระบวนการรับรองรุ่นเครื่องบินใหม่ๆ ซึ่งความคืบหน้าเหล่านี้กำลังช่วยดึงดูดความสนใจของนักลงทุนกลับคืนสู่หุ้นของยักษ์ใหญ่ด้านการบินและอวกาศรายนี้อีกครั้ง โดยหุ้นดังกล่าวสามารถทำการซื้อขายได้ผ่าน InstaForex ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์
