logo

FX.co ★ ตลาดปรับมุมมองแนวโน้ม

ตลาดปรับมุมมองแนวโน้ม

เมื่อดัชนี S&P 500 กำลังร่วงลง แล้วใครเล่าจะเหมาะไปกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะยื่นเชือกช่วยชีวิตให้มัน? คำกล่าวของ Donald Trump ที่ว่า ความขัดแย้งด้วยอาวุธในตะวันออกกลางจะยุติลงภายใน 2–3 สัปดาห์ กลายเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดการดีดตัวขึ้นแรงที่สุดของดัชนีตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ดัชนีเคยร่วงแรงในเดือนเมษายนเพราะมาตรการเก็บภาษีของทำเนียบขาว แต่จากนั้นก็พุ่งขึ้น 37% ภายในสิ้นปี 2025 ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอย และนักลงทุนเริ่มสะท้อนภาพการปรับตัวขึ้นหลังสงครามในราคาแล้ว

สหรัฐฯ พร้อมที่จะขีดเส้นปิดฉากความขัดแย้ง Iran เองก็มีความประสงค์จะยุติความขัดแย้งเช่นกัน แต่ต้องการให้มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขบางประการ Trump มองเห็นผลที่จะตามมา และต้องการทำลายวงจรอุบาทว์: ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกระตุ้นเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ทำให้ Fed ต้องตรึงดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง และท้ายที่สุดเศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็เข้าสู่ภาวะถดถอย

ทิศทางของดอลลาร์สหรัฐ ดัชนีหุ้น และราคาน้ำมัน

ตลาดปรับมุมมองแนวโน้ม

การถอยฉากของผู้อาศัยในทำเนียบขาวได้ปลุกกระแสการเทรดที่เรียกว่า TACO — “Trump Always Concedes” ขึ้นมาอีกครั้ง ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ และดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ซึ่งเคยเป็นกลุ่มนอกสายตาตลาดกำลังเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม ดอลลาร์และน้ำมันที่เคยเป็นสินทรัพย์ขวัญใจนักลงทุนกลับเผชิญแรงขายอย่างหนัก

สถานการณ์ลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในตลาดหุ้น กลุ่มพลังงานเคยเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเป็นเพียงภาคส่วนเดียวจากทั้งหมด 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ที่ปิดบวกในเดือนมีนาคม ความเคลื่อนไหวที่สวนทางกับดัชนีภาพรวมถือว่ารุนแรงเป็นประวัติการณ์

หากการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้น้ำมันและก๊าซมีราคาลดลงตามที่ Donald Trump และรัฐมนตรีคลังของเขา Scott Bessent กล่าวอ้าง กลุ่มพลังงานก็มีความเสี่ยงที่จะเปลี่ยนจากผู้นำกลายเป็นผู้ตามที่รั้งท้ายที่สุด

ตลาดปรับมุมมองแนวโน้ม

ขณะเดียวกัน หลังจาก JP Morgan แล้ว Wells Fargo ก็ได้ปรับลดคาดการณ์ดัชนี S&P 500 ปี 2026 จาก 7,800 ลงมาเป็น 7,300 โดยให้เหตุผลว่าเริ่มมีปัจจัยลบซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่สามารถนำมาคำนวณได้อย่างครบถ้วน ซึ่งชัดเจนว่าเป็นการอ้างอิงถึงแรงกระแทกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ทางบริษัทเชื่อว่าดัชนีภาพรวมไม่น่าจะสามารถทำผลตอบแทนเป็นตัวเลขสองหลักได้เหมือนในช่วงสามปีที่ผ่านมา

ในทางตรงกันข้าม Morgan Stanley หนึ่งวันก่อนที่ดัชนี S&P 500 จะดีดตัวขึ้น ได้ระบุว่าการปรับฐานของตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้าย เนื่องจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยและการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมของ Fed จะไม่เกิดขึ้นจริง ขณะที่ Barclays ถึงกับปรับเพิ่มคาดการณ์สำหรับดัชนีภาพรวมด้วยซ้ำ

ตลาดปรับมุมมองแนวโน้ม

การผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นเหตุผลสำคัญที่สนับสนุนการเข้าซื้อ S&P 500 ก่อนหน้าที่ Trump จะออกมาให้ความเห็น นักลงทุนส่วนใหญ่ทำใจยอมรับไปแล้วว่าจะต้องเผชิญกับสงครามยืดเยื้อ การเปลี่ยนบรรยากาศจากความกลัวไปสู่ความหวังและภาวะ FOMO อาจผลักดันให้ดัชนีกว้างตัวนี้ปรับขึ้นแรงได้อย่างน่าประทับใจ

ในเชิงเทคนิค S&P 500 สร้างแท่งเทียนลำตัวยาวบนกราฟรายวันที่กลืนกินแท่งเทียนสองแท่งก่อนหน้า ซึ่งเป็นสัญญาณถึงเจตนาที่ชัดเจนของฝั่งกระทิง และหนุนมุมมองการเข้าซื้อหากเกิดการเบรกทะลุแนวต้านที่ระดับ pivot 6,555 หรือเข้าซื้อเมื่อราคาดีดตัวกลับจากแนวรับบริเวณ 6,510

*การวิเคราะห์ตลาดตามนี้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคุณ แต่ไม่ได้เป็นการชี้แนะแนวทางในการซื้อขาย T
ไปที่หน้ารวมบทความ ไปที่บทความของผู้เขียน เปิดบัญชีเทรด